1,929 VIEWS

Tony Fernandes ผู้อยากเห็นทุกคนบินได้

November 07, 2017

นักธุรกิจจำนวนไม่น้อยนะครับที่สร้างธุรกิจอันยิ่งใหญ่ของตัวเองจากความฝันในวัยเด็ก เพราะอยากจะเห็นโลกมีบางสิ่งบางอย่างที่มันขาดหายไป
 
.
 
...และ Tony Fernandes นักธุรกิจสัญชาติมาเลเซียก็เป็นหนึ่งในนั้น ในตอนเด็กเขาได้ไปร่ำเรียนต่างประเทศ แต่ไม่ได้กลับบ้านบ่อยๆ เพราะไม่มีเที่ยวบินราคาถูกให้เขากลับบ้าน เขาเลยฝันมาตั้งแต่ตอนนั้นว่าจะทำสายการบินราคาถูกให้ “ใครๆ ก็บินได้”
 
.
 
...และในที่สุดเขาก็ได้ทำให้ AirAsia เป็นสายการบินโลวคอสต์อันดับหนึ่งของเอเชีย หรือกระทั่งของโลกด้วยซ้ำ (เพราะได้รางวัลสายการบินโลว์คอสต์อันดับ 1 ของโลกติดกันรัวหลายปี) และแน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ของ AirAsia ก็ได้สะเทือนเลื่อนลั่นมาถึงบ้านเรา เพราะ AirAsia ได้กระตุ้นให้คนบ้านเราออกไปเที่ยวต่างประเทศกันมากมาย และกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยผ่านการชวนชาวต่างชาติมาเที่ยวบ้านเรากันด้วย (โดยเฉพาะประเทศจีน)
 
.
 
เรามาฟังเรื่องราวของเขากันดีกว่าครับ
 
Tony Fernandes
 
.
 
ในวัยเด็ก
Tony Fernandes เกิดที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซียในปี 1964 พ่อของเขาเป็นนายแพทย์ที่มีเชื้อสายอินเดีย ส่วนแม่ของเขาเป็นลูกเสี้ยวเชื้อสายอินเดีย/โปรตุเกส เด็กๆ เขาอยู่กับแม่ ตอนแรกแม่ของเขาเป็นนักเปียโนตามงานสังสรรค์ของลูกค้าบริษัท Tupperware แต่ภายหลังผันตัวมาเป็นนักขายตรงให้กับบริษัท Tupperware เอง
 
.
 
ครอบครัวของ Fernandes มีฐานะปานกลางค่อนข้างดี ในชั้นประถมเขาได้เรียนที่โรงเรียนนานาชาติ Alice Smith School ซึ่งถือเป็นโรงเรียนานาชาติอังกฤษที่เก่าแก่ที่สุดโรงเรียนหนึ่งในเอเชีย และพอมาระดับมัธยมพ่อแม่ของเขาก็ส่งเขาไปเรียนโรงเรียนประจำ Epsom College ที่อังกฤษ ก่อนจะไปเรียนระดับปริญญาตรีที่ London School of Economics จบจนได้ปริญญาสาขาบัญชีมาครอบครอง
 
.
 
แน่นอนว่า Fernandes นั้นต้องออกจากบ้านมาร่ำเรียนในแดนไกลตั้งแต่เด็ก เขาย่อมคิดถึงบ้าน แต่ที่บ้านก็ไม่ได้ให้เขากลับบ้านบ่อยๆ ถึงแม้ทางบ้านจะพอมีฐานะ แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยขนาดจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้ลูกกลับบ้านทุกได้ปี ด้วยค่าเครื่องบินในสมัยโน้นนั้นก็แพงสุดๆ แบบไม่มีทางเลือกราคาถูก และในสมัยนั้นยังไม่มีสายการบินโลวต์คอสต์เต็มบ้านเต็มเมืองอย่างทุกวันนี้  Fernandes เล่าว่าตอนนั้นที่เขาได้รู้จักโครงการ Skytrain ของสายการบิน Laker Airlines ที่น่าจะเป็นโครงการเที่ยวบินราคาถูกโครงการแรก ระหว่างลอนดอนกับนิวยอร์คเขาตื่นเต้นมากๆ และจริงๆ เขาก็เป็นคนชอบเครื่องบินอยู่แล้ว ตอนเรียนที่อังกฤษเขาจะชอบไปนั่งดูเครื่องบินขึ้นลงที่สนามบิน Heathrow
 
.
 
…และความชื่นชอบผสมกับสิ่งที่ร่ำเรียนมานี้ คงจะทำให้เขาเลือกงานแรกๆ เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีให้กับสายการบิน Virgin Airlines ซึ่งนั่นก็เป็นการกรุยทางให้เขาได้มาทำงานฝ่ายการเงินให้กับ Virgin Records ในกรุงลอนดอน โดยเขาเริ่มงานในปี 1987 เมื่อเขาอายุได้ราว 23 ปี
 
.
 
หลังจากกระโดดมาทำงานในธุรกิจดนตรี สุดท้ายเขาก็ได้กลับมาทำงานในบ้านเกิดเมื่อปี 1992 ซึ่งเขาได้มาเป็นรองประธานฝ่ายภูมิภาค SEA ของบริษัท Warner Music ยาวนานมาถึงปี 2001
 
.
 
และเมื่อบริษัทแม่ของ Warner Music Group ถูกควบรวมกิจการในปี 2001 เขาก็คิดว่าถึงเวลาที่จะได้ออกมาทำธุรกิจตัวเอง เพื่อสานฝันวัยเด็กที่ต้องการเห็น “ใครๆ ก็บินได้” เสียที เขาอยากทำสายการบินโลว์คอสต์
 
.
 
บินเดี่ยว
แม้ว่าจะเคยเป็นนักบัญชีให้กับทาง Virgin Airlines มาช่วงสั้นๆ แต่ชีวิตของ Fernandes ก็เรียกว่าไม่เคยทำงานบริหารสายการบินเลย แต่อย่างไรแล้วเขาก็ยังโชคดีที่มีคนเคยประสานเชื่อมเขา ให้ได้พูดคุยกับ Mahathir Mohamad นายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ต้องการจะขจัดหนี้ก้อนใหญ่ของรัฐบาลนามว่า AirAsia อยู่พอดี
 
.
 
AirAsia เป็นสายการบินส่วนหนึ่งของรัฐมาตั้งแต่ปี 1993 แต่บริหารได้แย่มาก จนในปี 2001 มีเงินขาดทุนก้อนใหญ่หมักหมมอยู่ถึงกว่า 300 ล้านบาท ทางนายกฯ Mahathir ก็เลยเสนอขาย AirAsia (พร้อมหนี้) ในตอนนั้นให้กับ Tony Fernandes ในราคาเพียง 1 ริงกิต หรือราวๆ 10 บาทเท่านั้น (ตอนหลังค่าเงินมาเลย์ตก คิดเป็นเงินปัจจุบันก็ไม่ถึง 8 บาท)
 
.
 
พูดง่ายๆ นาย Mahathir ยกสายการบินให้ Fernandes ฟรีๆ ถ้ามีปัญญาบริหารให้หนี้สินหมดไปได้ก็ทำเลยเต็มที่
 
.
 
...ปรากฏว่า Fernandes ในวัยราว 37 ปีก็ได้ซื้อ AirAsia มาตามข้อเสนอของนายกฯ Hahathir และเขาเข้ามาบริหารแค่ปีเดียวก็เคลียร์หนี้หมดแล้ว หลังจากนั้นก็คือกำไรถล่มทลายล้วนๆ จนทำให้ AirAsia เข้าตลาดหุ้นมาเลย์ไปในปี 2004 เพื่อระดมทุนขยายกิจการเพิ่ม
 
.
 
สู่ความสำเร็จ
...แล้ว Fernandes เอาสายการบินเก่าที่ขาดทุนยับมาบริหารให้ได้กำไรใหญ่โตได้อย่างไร?
แน่นอนว่า “ดวง” ก็มีส่วนในนั้น
 
.
 
คือหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายเขย่าโลกที่นครนิวยอร์คในวันที่ 11 กันยายน 2001 คนก็หลอนๆ เครื่องบินกัน ซึ่งมันทำให้ธุรกิจการบินซบเซามาก ค่าเช่าเครื่องบินลดลง 40% และก็มีการเลย์ออฟพนักงานสายการบินออกมากมาย
 
.
 
Fernandes ถือโอกาสนี้เองที่จะทำให้ “ใครๆ ก็บินได้” เขาพลิกวิกฤติอุตสาหกรรมการบินโลกให้กลายเป็นโอกาส ในการสร้างสายการบินโลว์คอสต์สายการบินแรกของภูมิภาค เขาระดมเช่าเครื่องบินในราคาที่ถูกพร้อมว่าจ้างบุคคลากรฝีมือดีที่เพิ่งถูกเลย์ออฟมาทำงานให้เขา
 
.
 
ซึ่งการเกิดข้อตกลง “เปิดน่านฟ้า” หรือเปิดเสรีธุรกิจสายการบินในปี 2003 (ในตอนแรกสุดมี ไทย มาเลย์ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์) ก็ทำให้ AirAsia ได้ขยายตัวเปิดสาขาย่อยในประเทศอื่น ตอนที่บริษัทกำลังต้องการการขยายตัวพอดี
 
.
 
...พูดอีกแบบก็คือ “จังหวะ” ทุกอย่างมันเหมาะเจาะไปหมดสำหรับ Fernandes
…แต่ก็แน่นอนว่านั่นไม่ได้หมายความว่า เขาไม่ต้องพยายามอะไรเลยนะครับ ในตอนแรกที่เขาซื้อบริษัทมา เขาไม่มีเงินทุนเลย เขาต้องเอาบ้านไปจำนองเพื่อเอาเงินมาบริหารบริษัทในตอนแรก และเขาก็ทำงานหนักแบบนอนที่ออฟฟิศบ่อยๆ เลยในช่วงตั้งบริษัท
 
.
 
ทะยานสู่จุดสูงสุด
AirAsia เป็นสายการบินโลว์คอสต์ที่ทำให้เกิดกระแสสายการบินโลว์คอสต์ในภูมิภาคเรา และทำให้เกิดสายการบินโลว์คอสต์อื่นๆ ตามมาอีกมากมายอย่างไม่ต้องสงสัย เรานึกย้อนไปก็คงจะพอจำได้ว่า ก่อน AirAsia มันไม่มีเที่ยวบินถูกๆ ขนาดนี้ทั้งในและนอกประเทศ
 
.
 
การอยากให้ทุกๆ คนมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการบินในราคาย่อมเยา เป็นแนวคิดแกนกลางของ Fernandes ซึ่งมันก็นำมาสู่สโลแกนของ AirAsia ที่ว่า “ตอนนี้ใครๆ ก็บินได้แล้ว” อย่างไม่ผิดเพี้ยนเลย Fernandes มีจุดเน้นโดยเฉพาะที่ต้องการให้คนที่ไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน ได้ใช้บริการเครื่องบิน และตัวเขาเองก็ประเมินเลยว่าช่วงแรกๆ ในการดำเนินการ ลูกค้ากว่า 50% ของเขาคือคนที่ไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อนในชีวิต
 
.
 
ด้วยนโยบายดังนี้ AirAsia ก็กลายเป็นสายการบินแบบ “ขวัญใจมหาชน” กันทั้งภูมิภาค เพราะมันถูกจริงๆ ถูกจนงง แบบที่เราคงจะเห็นในบ้านเราว่า ถ้าซื้อตั๋วได้ถูกจังหวะ เผลอๆ ค่าบินในประเทศจะถูกกว่าค่ารถทัวร์ไปอีก และที่อื่นๆของ AirAsia ก็เป็นเช่นเดียวกัน
 
.
 
และเหตุผลที่เป็นขวัญใจมหาชนก็ไม่ใช่เพราะแค่ราคาถูกเท่านั้น แต่ก็เพราะบริการดีกว่าด้วยในบรรดาสายการบินโลว์คอสต์ และหลักประกันก็คือ AirAsia ได้รับรางวัลสายการบินโลว์คอสต์ดีเด่นโลกของทาง Skytrax (ซึ่งเป็นเหมือนรางวัลออสการ์ของธุรกิจการบิน) มา 9 ปีติดแล้ว ตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครโค่นได้
 
.
 
นี่อาจดูเป็นจุดที่สูงสุดของการทำ “บริษัทในฝัน” ในวัยเด็กให้เกิดขึ้นจริงๆ ของ Tony Fernandes แต่จริงๆ แล้ว “ความฝัน” ของเขาก็ยังไม่บรรลุซะทีเดียว เพราะเขายังไม่สามารถทำให้ AirAsia X มีเที่ยวบินตรงจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปยังกรุงลอนดอนให้เกิดขึ้นได้จริง ทั้งที่เขาพยายามมาก่อนหน้านี้แล้ว ด้วยเหตุผลว่าเครื่องบินในสังกัดที่มีนั้นไม่มีลำไหนจะบินไปแล้วคุ้มเลย
 
.
 
...แต่คนอย่างเขาหรือมาขนาดนี้แล้วจะทิ้งความฝัน นั่นคือโครงการต่อๆ ไปของทาง AirAsia ที่อาจจะออกมาเร็วๆ นี้ และนั่นก็คงเป็นมิติใหม่ของสายการบินโลว์คอสต์ใน SEA เลย เพราะทุกวันนี้ก็ยังไม่มีสายการบินโลวต์คอสต์ไหนในภูมิภาคจะบินไปไกลถึงอังกฤษ
 
.
 
...และนั่นก็คงจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้นักเรียนต่างชาติในอังกฤษได้กลับบ้านเกิดบ่อยขึ้น อันเป็นสิ่งที่ Fernandes หวังแต่ครั้งยังเด็กนั่นเอง
 

The Founder

@thefounder

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X