1,374 VIEWS

Terry Guo จากหนุ่มโรงงานสู่เศรษฐีอันดับ1 ในไต้หวัน

July 25, 2017

...ท่านผู้อ่านคงพอรู้นะครับว่า iPhone คือสินค้าที่ทำให้บริษัท Apple รวยแบบไม่รู้เรื่อง 


แต่ผู้อ่านก็คงพอรู้ใช่มั้ยครับว่า iPhone เป็นสินค้า “Made in China” (ซึ่งๆ จะนิยมใช้คำว่า “Made in PRC” มากกว่าเพื่อให้ดูแพง) นั่นก็คือ Apple ก็ไปจ้างบริษัทในจีนผลิต


ท่านผู้อ่านเคยได้ยินชื่อ Foxconn หรือเปล่าครับ? นั่นแหละครับบริษัทที่ Apple ไปว่าจ้างผลิต iPhone โดยเริ่มตั้งแต่ iPhone รุ่นแรกมาจนถึงปัจจุบัน


...แต่ท่านผู้อ่านรู้มั้ยครับว่าจริงๆ Foxconn ไม่ใช่บริษัทของจีน แต่เป็นบริษัทไต้หวันที่ไปตั้งโรงงานในจีน และเจ้าของบริษัทนี้ก็เป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในไต้หวันมีนามว่า Terry Guo (อ่านแบบจีนว่า ‘กัวไถหมิง’) ส่วน Foxconn ก็คือบริษัทที่มีมูลค่าการส่งออกนอกประเทศสูงที่สุดในจีน ...ใช่ครับบริษัทที่ส่งออกสินค้ามากที่สุด ไม่ใช่บริษัทของคนจีนแผ่นดินใหญ่ แต่เป็นของคนไต้หวัน


…แต่มหาเศรษฐีผู้นี้ก็ไม่ได้ร่ำรวยมาแต่กำเนิด ตรงกันข้ามเลยครับ จริงๆ เขาเคยเป็นคนงานโรงงานด้วยซ้ำ ก่อนจะมาตั้งธุรกิจเองจนประสบความสำเร็จในที่สุด


แล้วกว่าเขาจะมาถึงจุดนี้เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง? ...มารู้จักกับเขากันครับ


Terry Guo

กว่าจะเริ่มธุรกิจตัวเอง
Terry Guo เกิดในไต้หวัน แต่ครอบครัวของเขาก็ไม่ใช่คนไต้หวันโดยกำเนิด พ่อของเขาเป็นคนจากมณฑลส่านซี และเป็นส่วนหนึ่งในกองทหารของเจียงไคเช็คช่วงจีนเกิดสงครามกลางเมือง หลังจากฝ่ายเจียงไคเช็ครบแพ้ฝ่ายเหมาเจ๋อตุงและพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 1949 (อันเป็นปีที่เหมาประกาศตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ขึ้นมา) ครอบครัวของเขาก็อพยพมาไต้หวันเช่นเดียวกับฝ่ายเจียงไคเช็คคนอื่นๆ และพอมาในปี 1950 Terry Guo ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของครอบครัวก็ถือกำเนิดขึ้น ณ ไต้หวันนี่เอง


หลังจากครอบครัวของ Guo ย้ายมาไต้หวัน พ่อของ Guo ก็มารับราชการเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย ดังนั้นครอบครัวของเขาจึงไม่ได้มีฐานะที่ร่ำรวยเท่าไร แต่ก็ไม่ถึงกับยากจนข้นแค้น ตัว Guo ก็ได้รับการศึกษาระดับมัธยมจนถึงการศึกษาสายอาชีพในใต้หวัน และหลังจากเขาผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว เขาก็เริ่มทำงาน (ทั้งนี้ผู้ชายไต้หวันทุกคนก็ต้องเกณฑ์ทหารมาจนถึงทุกวันนี้ครับ เพราะเขาถือว่าประเทศอยู่ในภาวะที่ต้องพร้อมรบตลอด)


Guo เริ่มชีวิตการทำงานเป็นคนงานโรงงาน เขาทำโรงงานมาสารพัดตั้งแต่โรงงานยางไปจนถึงโรงงานยา แต่รู้มั้ยว่างานที่ทำให้เขาเห็นโลกกว้างไกลขึ้น นั่นคือ งานเสมียนของบริษัทส่งออกบริษัทหนึ่งในไต้หวัน งานนี้ทำให้เขามองเห็นว่าไต้หวันกำลังกลายเป็นประเทศส่งออกขนาดใหญ่ และเขาก็ต้องการจะมีส่วนร่วมกับอนาคตอันรุ่งเรื่องนี้


พอในปี 1974 Guo ในวัย 23 ปีก็ได้ยืมเงินจากแม่ของเขามา 75,000 เหรียญสหรัฐ (ราวๆ 250,000 บาท) เพื่อมาตั้ง “โรงงาน” ของเขาขึ้นพร้อมๆ กับตั้งบริษัท Hon Hai ขึ้นมา ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว “โรงงาน” ของเขาก็คือกระท่อมเล็กๆ ในเขตเสื่อมโทรมย่านชานเมืองกรุงไทเป ในตอนเริ่มแรกกระท่อมแห่งนี้มีเครื่องหล่อพลาสติกเป็นเครื่องจักรหลักอย่างเดียวในการผลิตสินค้า มีคนงานสูงวัย ราวๆ 10 คนเป็นลูกน้อง และงานแรกๆ ที่เขารับจ้างผลิต ก็คือ ปุ่มปรับช่องของทีวีขาวดำ ซึ่งเขารับจ้างผลิตให้กับบริษัททำทีวีหลายเจ้าทั้งอเมริกันและญี่ปุ่น


หน้าตาทีวีขาวดำพร้อมปุ่มปรับช่อง (เผื่อท่านผู้อ่านจะนึกไม่ออก)


เจ้าของบริษัทผู้เป็นยอดนักขาย
Guo ทำธุรกิจรับผลิตชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าให้บริษัทต่างประเทศมาเรื่อยๆ จนได้ดีลใหญ่จากบริษัทเครื่องเกม Atari ให้ทำสายต่อระหว่างจอยสติ๊กกับเครื่องเกม ซึ่งในช่วงที่เครื่อง Atari ฮิตสุดๆ โรงงานของ Guo ได้ผลิตสายต่อที่ว่านี้ถึงวันละ 15,000 สายเลยทีเดียว และ ณ ตอนนี้ Guo ก็ไม่ได้ต้องการจะหยุดอยู่แค่การผลิตชิ้นส่วนพื้นๆ เพื่อป้อนให้บริษัทอื่นแล้ว เขาต้องการจะผลิตชิ้นส่วนที่ซับซ้อนขึ้น และเขาก็ได้ยื่นขอสิทธิบัตรให้กับเทคนิคการผลิตสายเคเบิลของบริษัทเขาด้วย


หัวสายต่อเครื่องเกม Atari


พอเข้ายุค 1980’s ธุรกิจผลิตส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าของ Guo ก็ยิ่งใหญ่ขึ้น และเขาก็คิดว่าถึงเวลาจะต้องหาตลาดและลูกค้าเพิ่ม Guo มองว่าตลาดคอมพิวเตอร์จะเป็นสิ่งที่โตมากในอนาคต ดังนั้นเขาจึงต้องการลูกค้าที่เป็นบริษัทคอมพิวเตอร์อเมริกัน แต่เขาก็ไม่ได้มีคอนเนคชั่นกับบริษัทพวกนี้เลย สิ่งที่เขาทำคือ เขาออกตระเวนทัวร์เพื่อหาลูกค้าในอเมริกาใน 32 รัฐ เป็นเวลาเกือบ 1 ปี เขาเช่ารถซีดานรุ่นหรูเพื่อให้ดูภูมิฐานเวลาเข้าไปติดต่อบริษัทต่างๆ แต่เขาก็มักจะนอนที่เบาะหลังของรถ เพื่อเป็นการลดต้นทุนการทัวร์หาลูกค้าอันยาวนานครั้งนี้


Guo ได้ชื่อในแวดวงธุรกิจภายหลังว่าเป็นหนึ่งใน “เซลล์” ระดับท็อปของโลก เขามักจะโผล่ไปที่บริษัทต่างๆ อย่างไม่มีปี่ไม่มีมีขลุ่ย และเดินออกมาพร้อมกับออร์ดอร์สินค้า อย่างตอนที่เขาไปติดต่อกับ IBM เขาก็เพียงไปเช่าโรงแรมใกล้ๆ กับโรงงานของ IBM แล้วก็เตร็ดเตร่อยู่แถวนั้น หลังจากนั้นเพียงสามวันเขาก็เดินออกมาพร้อมกับออร์เดอร์สายเชื่อมต่อสำหรับคอมพิวเตอร์ของ IBM


ตลอดยุค 1980’s Guo ใช้ความเป็นยอดนักขายของเขาสร้างดีลทางธุรกิจสารพัด มีออร์เดอร์มาให้โรงงานของเขาที่ไต้หวันอย่างไม่ขาดสาย แต่เขาก็ไม่หยุดแค่นั้น


ในทศวรรษที่ 1980 เศรษฐกิจไต้หวันเติบโตมาก และสิ่งที่เติบต่อต่อเนื่องมาก็คือค่าแรงที่เพิ่มขึ้นๆ Guo ไม่ได้มองว่าต้องเลิกกิจการในไต้หวัน แต่เขามองว่าการผลิตสินค้าในระดับพื้นฐานจริงๆ ยังไงก็ต้องการค่าแรงที่ถูก มิเช่นนั้นมันไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ในขณะเดียวกันบริษัทข้ามชาติต่างๆ ก็เริ่มย้ายออกจากญี่ปุ่นและไต้หวันไปที่ ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีค่าแรงต่ำกว่ากันบ้างแล้ว แต่สำหรับ Guo สถานที่ที่เขาต้องการจะย้ายฐานการผลิตไปนั้นต่างออกไป


...เพราะเขาต้องการไปตั้งโรงงานที่จีน


หนึ่งในผู้บุกเบิกภาคการผลิตไอทีของจีน
ในช่วงทศวรรษที่ 1980 จีนยังไม่เปิดประเทศเต็มที่ บริษัทต่างชาติต่างๆ ก็ไม่มีใครกล้าไปลงทุนเท่าไร แต่ Guo ก็มองว่าจีนนี่แหละคืออนาคต เขาเลยไปตั้งโรงงานในจังหวัดเสิ่นเจิ้น มณฑลกวางตุ้งช่วงยุคแรกๆ หลังจากที่จีนประกาศให้เสิ่นเจิ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษมาตอนปี 1980 ไม่นาน โดยชื่อ Foxconn นั้นมาจากชื่อแบรนด์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท Hon Hai ต่อมาได้กลายมาเป็นชื่อบริษัทมหาอำนาจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อันลือลั่นมาจนถึงทุกวันนี้ และ Hon Hai ก็เป็นชื่อที่รู้จักกันในไต้หวันเท่านั้น เพราะที่อื่นๆ ในโลกจะรู้จักชื่อของบริษัทกันในนาม Foxconn 


เสิ่นเจิ้นในปี 1983


ผ่านมาถึงปี 1991 กิจการของ Guo รุ่งเรืองมาเรื่อยๆ เขาเลยเอาบริษัท Hon Hai เข้าตลาดหุ้นไต้หวันเพื่อระดมทุนขยายธุรกิจเพิ่มซึ่งตอนนี้เขาเน้นขยายฐานการผลิตไปที่จีน และตลอดทศวรรษ 1990 โรงงานของ Foxconn ก็ขยายไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงของจังหวัดเสิ่นเจิ้นที่กลายสภาพจาก “ทุ่ง” โล่งๆ กลายเป็นเขตอุตสาหกรรมที่ไฮเทคที่สุดของจีนไปในที่สุด


เสิ่นเจิ้นในปัจจุบันในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรม


การขยายโรงงานไปที่เสิ่นเจิ้นของ Guo มาพร้อมๆ กับวิสัยทัศน์ของการผลิตแบบครบวงจรทุกระดับ หรือที่ในทางเทคนิคเรียกว่า Vertical Integration โรงงานที่เสิ่นเจิ้นตอนนี้ทำชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้สารพัด Foxconn ไม่ได้แค่เอาส่วนประกอบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาประกอบกัน หรือแค่ทำอะไหล่พื้นๆ  ส่งไปประกอบต่อที่อื่นได้เท่านั้น แต่ Foxconn ทำได้สารพัด ใน Foxconn มีการเอาก้อนทองแดงมาแปรรูปเป็นลวดทองแดง ไปจนถึงแผ่นทองแดงใช้เองไม่ต้องไปจ้างบริษัทอื่นทำ มีหน่วยที่เอาวัตถุดิบมาผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ สำหรับใช้ในโรงงานโดยเฉพาะเพื่อไม่ให้ต้องไปซื้อที่อื่นใช้ จริงๆ Foxconn มีกระทั่งฟาร์มไก่ที่เอาไว้ออกไข่มาป้อนโรงอาหารของคนงานด้วยซ้ำ 


ความครบวงจรของโรงงาน Foxconn ทำให้บรรดาผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ในอเมริกาอย่าง IBM, HP และ Apple เข้ามาใช้บริการผลิตตัวคอมพิวเตอร์แบบครบวงจรที่นี่ แบบที่เรียกได้ว่าบริษัทไหนที่สั่ง Foxconn ทำคอมพิวเตอร์ พอรับคอมพิวเตอร์ไปก็เหลือแค่เอาส่วนประกอบที่เหลือติดตั้งแค่นี้ก็ได้คอมพิวเตอร์ที่สมบูรณ์เสร็จแล้ว (ที่ทำแบบนี้ได้เนื่องจากส่วนอื่นๆ ที่ค่อนข้างซับซ้อนจะมีการผลิตในประเทศอื่นๆ เช่น ในอเมริกาเองก็จะเป็นแหล่งผลิต CPU ส่วนไทยก็เป็นแหล่งผลิตส่วนฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น)


จุดเด่นของ Foxconn ก็คือ “โรงงาน” Foxconn รับจ้างผลิตคอมพิวเตอร์ในราคาที่ถูกมากๆ และบางครั้งก็ถือว่าขาดทุนในส่วนค่าแรงด้วยซ้ำ แต่ที่ Foxconn ทำแบบนี้ได้ก็เพราะบริษัทแม่อย่าง Hon Hai ที่ไต้หวัน และบริษัทลูกของ Foxconn อีกสารพัดในจีนนั้น เป็นผู้ผลิตหลักของอุปกรณ์จำนวนมากที่ “โรงงาน” Foxconn ใช้ในการประกอบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบให้คอมพิวเตอร์เหล่านี้มี Margin สูงมากอยู่แล้วในราคาตลาด และมันถูกขายในราคาตลาดให้ “โรงงาน” Foxconn ไปประกอบเป็นคอมพิวเตอร์ ซึ่งทางโรงงาน Foxconn ก็ต้องสั่งอุปกรณ์พวกนี้จำนวนมากมายมหาศาล เนื่องจากทางลูกค้าก็ได้มีออร์เดอร์สินค้ามาล้นหลามอย่างต่อเนื่อง


ตัวอย่างง่ายๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ Nokia 1209 ที่ทางโรงงาน Foxconn รับจ้างผลิต ทางตัวโครงเครื่องที่เป็นพลาสติกจะถูกผลิตที่ Foxconn Technology (ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Foxconn) ตัวปุ่มกดจะผลิตโดย Hon Hai (ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Foxconn)  ตัวแผงวงจรจะผลิตโดย Foxconn Advanced Technology (ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Foxconn) และส่วนหน้าจอ LCD ก็จะผลิตโดย Chimei Innolux (ซึ่ง Guo ถือหุ้นอยู่) หรือพูดง่ายๆ ส่วนต่างๆ ที่โรงงาน Foxconn ต้องซื้อเพื่อเอามาประกอบเป็นมือถือเครื่องหนึ่งนั้น เกือบ 3 ใน 4 ซื้อจากบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับ Foxconn 


...และเทคนิคในการผลิตแบบครบวงจรของสารพัดบริษัทของ Guo นี้เองที่ทำให้ราคาขายให้ลูกค้าของ Foxconn นั้น สามารถจะต่ำได้ จนแทบไม่มีใครในท้องตลาดภาคการผลิตสินค้าไอทีสู้ได้


สู่จุดสูงสุด
สายสัมพันธ์กับบริษัทไอทีสารพัดของ Guo ทำให้ออร์เดอร์ของสารพัดสินค้าไอทีถาโถมเข้ามาที่โรงงาน Foxconn จนถึงปัจจุบัน ตอนนี้ Foxconn มีโรงงานอยู่ 12 แห่งทั่วจีนและมีคนงานรวมกันเป็นล้านคน ซึ่งโรงงานแรกที่เสิ่นเจิ้นก็คือโรงงานที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนั้น Foxconn ก็ยังได้ขยายฐานการผลิตไปยังที่อื่นๆ ทั้งบราซิล มาเลเซีย อินเดีย ไปจนถึงกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกอีกด้วย


ผลิตภัณฑ์ที่ Foxconn รับจ้างผลิตและโด่งดังที่สุดก็คงหนีไม่พ้น iPhone ของ Apple ทาง Apple ว่าจ้างให้ Foxconn ผลิตมาตลอดตั้งแต่ iPhone รุ่นแรก จนทุกวันนี้อัตราการผลิต iPhone ที่ Foxconn ได้เกิน 5 แสนเครื่องต่อ 1 วันไปเรียบร้อยแล้ว และนี่ก็ไม่น่าแปลกใจเลย ถ้านับตาม “รายได้” ของบริษัทที่ทำด้านไอทีทั่วโลก อันดับ 1 ก็คือ Apple อย่างไม่ต้องสงสัย และอันดับที่ 2 ก็คือ Foxconn นี่แหละครับ ถ้าวัดกันที่รายได้ Amazon นี่ยังสู้ Foxconn ไม่ได้เลย


…ที่ร้ายกว่านั้นคือ Foxconn นี่แทบจะกวาดออร์เดอร์ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จำพวกคอมพิวเตอร์  และมือถือของโลกแบบเรียบเลย เพราะลูกค้าของ Foxconn ก็ไม่ได้มีแค่ Apple เท่านั้น แต่มีทั้ง Dell, Hewlett-Packard, Intel, Amazon และ Microsoft จากฝั่งอเมริกา ทางฝั่งญี่ปุ่นก็มี Sony และ Toshiba ทางฝั่งจีนก็มีทั้ง Huawei และ Xiaomi ทางฝั่งใต้หวันก็มี Acer


พูดง่ายๆ ไม่ว่าค่ายคอมพิวเตอร์หรือค่ายมือถือ จะแข่งขันกันในตลาดผู้บริโภคด้านยอดขายยังไง Foxconn ก็ได้ทั้งขึ้นทั้งร่องครับ เพราะเป็นผู้ผลิตสินค้าให้แทบทุกเจ้า


...ก็เรียกได้ว่า Terry Guo เดินทางมาไกลลิบจากโรงงานกระท่อมเล็กๆ ที่ผลิตแต่ปุ่มปรับช่องทีวีขาวดำขาย จนตอนนี้ความสำเร็จก็น่าจะมาจากคุณสมบัติสารพัดของเขา ตั้งแต่วิสัยทัศน์ ความกล้าที่จะขยายธุรกิจ ไปจนถึงความเป็น “นักขาย” ระดับโลกของเขา ซึ่งก็คงจะทำให้เขาเป็น CEO ที่ยากจะมีใครเหมือนจริงๆ เพราะคงจะมีน้อยคนนักที่จะมีทักษะด้านการบริหาร และด้านการขายสูงขนาดนี้อยู่ในตัวคนเดียว


เรื่อง: อธิป จิตตฤกษ์  ภาพประกอบ: ฉัตรลดา สอนนุช
Sources: Bloomberg



The Founder

@thefounder

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X