1,591 VIEWS

Le Hong Minh เจ้าของ Startup อันดับ 1 ของเวียดนาม

December 06, 2017

เราเชื่อว่าชาว Gen X และ Gen Y จำนวนมาก ตอนเด็กๆ น่าจะมีความหลังที่โตมากับเกมคอมพิวเตอร์อย่างหลากหลายนะครับ ซึ่งทุกวันนี้แม้ว่าหลายๆ คนยังจะเล่นเกมกันอยู่ แต่ก็คงจะมีไม่กี่คนในรุ่นเราที่จะพยายามทำมาหากินกับเกมไม่ว่าจะในทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะในบ้านเราไม่ได้รู้สึกว่ามันมีลู่ทางขนาดนั้น เว้นแต่คุณคิดว่าตัวเองจะเป็นโปรเกมเมอร์หรือแคสเกมได้ดี
 
.
 
แต่เชื่อไหมครับว่า Startup อันดับหนึ่งของประเทศเพื่อนบ้านเราที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างเวียดนาม คนก่อตั้งเขาเป็นคนชอบเล่นเกมแต่เด็ก ตอนทำงานก็ยังรักเกมอยู่ เลยมาเปิดร้านเกมเป็นอาชีพเสริม แล้วไปๆ มาๆ ก็ได้มาทำบริษัทเกม และพอขยายธุรกิจไปเรื่อยๆ ก็เรียกได้ว่าทำธุรกิจอินเทอร์เน็ตไปแล้ว จนบริษัทได้ฉายาว่าเป็น “Tencent แห่งเวียดนาม” กันเลยทีเดียว
 
.
 
เขาผู้นี้ มีนามว่า Le Hong Minh แห่งบริษัท VNG ครับ เรามาลองดูเรื่องราวของเขากันดีกว่า
 

.
 
Le Hong Minh เกิดเมื่อปี 1977 เขาโตมาเป็นวัยรุ่นในยุคที่เวียดนามกำลังมีความเปลี่ยนแปลง และค่อยๆ กลับมารับวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้นหลังการปฏิวัติ เขาจำความได้ว่าในปี 1992 ตอนเขาอายุได้ 15 ปี ทั้งเครื่องเกมและเกมบนคอมพิวเตอร์เพิ่งจะเข้ามาในเวียดนามเป็นครั้งแรก และเขาก็ชอบเล่นเกมมาก
 
.
 
พูดง่ายๆ คือเขาเป็นเกมเมอร์รุ่นแรกของเวียดนาม
 
.
 
Le Hong Minh เป็นคนหัวดีและครอบครัวของเขาก็พอมีฐานะ ในปี 1997 ทางครอบครัวจึงส่งเขาไปเรียนต่างประเทศ ซึ่งเขาได้ไปเรียนปริญญาตรีด้านการเงินที่มหาวิทยาลัย Monash ที่กรุง Melbourne รัฐ Victoria ประเทศออสเตรเลีย อันเป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลกมหาวิทยาลัยหนึ่ง
 
.
 
ก็จริงอยู่ที่ครอบครัวของเขานั้นพอจะมีฐานะ แต่เขาก็ไม่ได้รวยล้นฟ้าอะไร และนั่นก็ทำให้เขาต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย โดย “งานแรก” ที่เขาทำในชีวิตคือพนักงานกะดึกของ 7-Eleven ในออสเตรเลีย ซึ่งรายได้ที่เขาได้ ก็น่าจะระดับค่าแรงขั้นต่ำเลยทีเดียว (แม้ว่าค่าแรงขั้นต่ำของออสเตรเลียจะสูงมาก) ซึ่งเขาก็ต้องทำงานนี้ไปยาวนานถึง 2 ปีครึ่ง เพื่อให้มีเงินเรียนได้จนจบ
 
.
 
เขาเรียนจบมาและกลับเวียดนามในปี 2001 เรียกได้ว่าเป็นจังหวะที่ดีพอควรเพราะช่วงที่เขาไปเรียน แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเจอวิกฤติต้มยำกุ้ง (เริ่มปี 1997 ที่เขาไปเรียนพอดี) พอเขากลับมาวิกฤติก็จบแล้ว และพวกบริษัทการเงินก็ดำเนินการกันปกติ และเขาก็ได้ทำงานเป็นพนักงานด้านสินเชื่อของบริษัทด้านการเงินแห่งหนึ่ง
 
.
 
แม้ว่าเขาจะทำงานด้านการเงินตรงกับที่เรียนมา แต่ความรักในเกมของเขาก็คงอยู่ เขายังเล่นเกมเรื่อยๆ และพอเขาได้ไปร่วมงาน World Cybergame ที่เกาหลีใต้ในปี 2002 เขาก็เกิดแรงบันดาลใจอยากทำธุรกิจอะไรเกี่ยวกับเกม ในปีต่อมา เขาในวัย 26 ปีก็เลยรวมเงินกับเพื่อนๆ เพื่อเปิด “ร้านเกม” ในแบบอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ (น่าจะคล้ายๆ พวกร้านเกมบ้านเรา) ซึ่งเขาก็อธิบายชีวิตของตัวเองช่วงนั้นว่า ชีวิตกลางวันเขาเป็นนักการเงิน ส่วนชีวิตกลางคืนเขาเป็นเจ้าของร้านเกม
 
.
 
ร้านเกมสมัยนั้นเล่นเกมกันเป็นระบบ LAN ภายในร้าน และเกมฮิตๆ ที่เวียดนามตามร้านเกมก็คล้ายๆ บ้านเรา ซึ่งก็คือ Counterstrike, Red Alert, Starcraft และ Warcraft อย่างไรก็ดี เนื่องจากเปิดร้านเกม Le Hong Minh ก็เลยสังเกตว่าพวกเด็กรุ่นใหม่ๆ ดูจะชอบเล่นพวก “เกมออนไลน์” แบบ MMORPG มากขึ้น เขาก็เลยได้ไอเดียว่า ถ้าเขาไปซื้อลิขสิทธิ์เกมดังๆ สไตล์นี้มาเปิดเซิร์ฟเวอร์เวียดนามที่เป็นเวอร์ชันภาษาเวียดนามก็คงจะดี เพราะตอนนั้นก็ยังไม่มีใครทำแบบนี้มาก่อน
 
.
 
ในตอนแรกเขาเลยไปขอซื้อลิขสิทธิ์จากบริษัทเกาหลีที่เป็นเจ้าของเกม MU Global แต่ก็ถูกปฏิเสธ เพราะเขาเป็นบริษัทเล็กๆ แต่เขาก็ไม่ลดละความพยายาม โดยความพยายามต่อไปของเขาก็คือ ไปขอซื้อลิขสิทธิ์เกม Swordman Online (เกมนี้ที่ไทยใช้ชื่อ “กระบี่เย้ยยุทธจักร”) จากบริษัท Kingsoft ของจีน และเขาก็บินไปจีนเลยทั้งๆ ที่พูดจีนไม่ได้
 
.
 
ปรากฏว่าทาง Kingsoft ใจดีกับเขามาก เข้าใจทุกอย่างว่าเขาเป็นแค่บริษัทเล็กๆ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร และให้เขาซื้อลิขสิทธิ์มาในที่สุด ในปี 2005
 
.
 
...6 เดือนให้หลัง Swordman Online ก็กลายเป็นเกมฮิตในเวียดนามโดยมีผู้เล่นเป็นล้านคน และอนาคตก็ดูสดใสแล้ว สำหรับ Le Hong Minh ในวัย 29 ปี เจ้าของบริษัทเกมหน้าใหม่ที่ตอนนั้นใช้ชื่อว่า Vinagame
 
.
 
หลังจากประสบความสำเร็จในการเป็นบริษัทเกม Vinagame ก็พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการพยายามเข้าครองพื้นที่ใหม่อย่างชีวิตออนไลน์จนในปี 2009 ก็ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น VNG เพราะตอนนี้บริษัทนั้นไม่ได้ทำแค่เกมแล้ว แต่ทำโปรแกรมแชตและเว็บ Social Network
 
.
 
ผลิตภัณฑ์ระดับพีคของ VNG ในยุคนั้นก็คงจะหนีไม่พ้น Zing Me ที่เป็นเว็บ Social Network อันดับหนึ่งของคนเวียดนามมาตั้งแต่ที่มันเปิดตัวมาในปี 2009 และเพิ่งมามีผู้ใช้แพ้ Facebook ในปี 2013 นี่เองหลังจากที่ทางการเวียดนามหยุดแบน Facebook อย่างไรก็ดี Zing Me ก็ยังเป็นชุมชนออนไลน์ที่เข้มแข็งมากๆ เพราะมันมีพื้นฐานมาจากการเป็นชุมชนของคนเล่นเกม
 
.
 
ซึ่งจุดที่แข็งมากๆ ของ VNG คือเป็นบริษัทที่ปรับตัวเร็วมากๆ และมีพื้นฐานผู้ใช้ที่กว้างอยู่แล้ว แล้วเทคโนโลยีอะไรมาเขาก็กระโดดตามเลย หลังจากคนเวียดนามเริ่มใช้สมาร์ตโฟนกันอย่างกว้างขวาง VNG ก็พัฒนาแอปป์มาสารพัด ไม่ว่าจะเป็น แอปป์สำหรับแชต แอปป์สำหรับทำ online-payment และอีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าแหล่งรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงบริษัทก็ยังมาจากเกมอยู่ ซึ่งตอนนี้รายได้ย้ายจากเกมคอมพิวเตอร์ไปเป็นเกมบนมือถือแล้ว
 
.
 
ที่น่าสนใจคือ VNG เป็นบริษัทสไตล์ Tencent จริงๆ ที่เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบหลากหลายเพื่อครองตลาดในประเทศให้หมดเป็นหลัก ไม่ใช่มีผลิตภัณฑ์น้อยๆ แล้วเน้นเอาไปลุยในต่างประเทศแบบที่ Garena หรือ Line
 
.
 
และที่เป็นทีเด็ดคือ VNG แข็งแกร่งจริงๆ เพราะคุมตลาดเวียดนามได้แบบอยู่หมัด แอปป์แชตอย่าง Zalo ของ VNG ก็มียอดดาวน์โหลดในเวียดนามชนะ Line, WeChat ไปจนถึง KakaoTalk ของเกาหลีอย่างไม่เห็นฝุ่น
 
.
 
...ซึ่งตลาดเวียดนามมีประชากรเกือบ 100 ล้านคนที่มีมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ดูจะทำให้ VNG มีอนาคตสดใสไม่น้อย และทุกวันนี้ VNG ก็ยังพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีรายได้อย่างต่อเนื่องพร้อมรอวันที่จะเป็นบริษัทเวียดนามบริษัทแรกไปเปิดตัวขายหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐ และเป็น Startup อันดับสองของ SEA ที่จะไปเปิดตัวในอเมริกาตาม Garena ของสิงคโปร์ที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
 
.
 
...และวันนั้น Le Hong Minh ก็น่าจะได้กลายเป็นเศรษฐีพันล้านคนที่ 3 ของเวียดนามกันไปตามระเบียบ
...ซึ่งนั่นก็นับว่ามาไกลมากๆ แล้วสำหรับคนที่เริ่มธุรกิจของตัวเองด้วยการเปิดร้านเกมด้วยใจรัก
 
.
 
เรื่อง: อธิป จิตตฤกษ์ ภาพประกอบ: นิธินาถ เชิดชัยศรีพงศ์



The Founder

@thefounder

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X