1,428 VIEWS

Ferry Urnadi นักคณิตศาสตร์สู่เจ้าของเว็บท่องเที่ยว

November 29, 2017

เคยได้ยินชื่อ Traveloka กันมั้ยครับ? คนบ้านเราที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวอาจเคยได้ยินกันบ้างในฐานะหนึ่งในเว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบินและที่พักของต่างประเทศจากหลายๆ เว็บที่ดาหน้ากันเข้ามาบุกตลาดบ้านเราซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับท็อปของโลกเมืองหนึ่ง
 
.
 
...แต่รู้มั้ยครับว่าจริงๆ Traveloka นั่นเป็น Startup ของอินโดนีเซีย ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งมาบริหารโดยคนรุ่นใหม่จริงๆ ที่ตอนนี้ยังอายุไม่ถึง 30 ปีด้วย และตัว Ferry Urnadi ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารนั้นก็ไม่มีพื้นเพด้านธุรกิจเลย เขาเรียนจบด้านคณิตศาสตร์มาด้วยซ้ำ
 
.
 
เรามาติดตามเรื่องราวของเขากันครับ
 
Ferry Urnadi
.
 
Ferry Urnadi เกิดเมื่อปี 1988 ที่เมืองปาดัง เกาะสุมาตรา ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่ใช่คนสนใจธุรกิจเลย เขาออกเป็นพวกเนิร์ดๆ ที่สนใจคอมพิวเตอร์มากกว่า พอดีเขาเป็นคนหัวดีพอสมควร และทางบ้านก็มีฐานะ เขาถูกส่งมาเรียนปริญญาตรีที่อเมริกาและจบสาขาคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Purdue รัฐ Indiana แล้วก็ได้มาทำงานเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ Microsoft ต่อ
 
.

เขาทำงานไปได้ 3 ปี เขาก็รู้สึกว่าเขาเป็นวิศวกรที่ไม่เก่ง สู้คนอื่นเขาไม่ได้ ซึ่งก็ไม่แปลกสำหรับองค์กรระดับนั้นที่การแข่งขันสูง แต่สำหรับเขาเอง การปล่อยให้เป็นแบบนี้ในระยะยาวไปไม่น่าจะดี เขาเลยเริ่มหาคิดหาลู่ทางใหม่ให้ชีวิต
 
.
 
…จริงๆ แล้วในอเมริกา เขาก็อยู่ในแวดวงเพื่อนๆ คนอินโดที่เป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ด้วยกัน อันได้แก่ Albert Zhang ที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย (แต่ทำงานคนละบริษัท Zhang ทำที่ Oracle) และ Derianto Kusuma ที่ทำงานที่ Microsoft ด้วยกัน
 
.

Albert Zhang, Derianto Kusuma และ Ferry Urnadi (จากซ้ายไปขวา)
 
.
 
ในช่วงทศวรรษ 2000 ทั้งสามคนก็คุยกันแล้วก็เริ่มเห็นว่าในทางเทคโนโลยี โลกมันไปไหนต่อไหนแล้ว แต่ของอินโดนีเซียยังไม่ไปไหน แต่ก็คงจะไม่ใช่ทุกเรื่องที่มันพัฒนาได้ แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่พวกเขาเห็นว่าควรพัฒนาไป หรือควรจะมีใครทำอะไรสักอย่าง
 
.
 
นั่นคือเรื่องของระบบการจองตั๋วเครื่องบิน
 
.
 
…จากการสำรวจคนอินโดนีเซียนี่เป็นคนที่อ่อนไหวด้านความต่างของราคามาก ค่าเฉลี่ยของคนที่เช็กราคาออนไลน์ก่อนซื้อของทุกวันนี้สูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 60 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในภาพรวมคนอินโดจะเช็กราคาเปรียบเทียบกันตลอดก่อนซื้ออะไร
 
.
 
พอมาถึงตั๋วเครื่องบิน สมัยโน้นมันยังไม่มีพวกเว็บรวมที่จะทำให้ค้นได้จากที่นี่ไปที่นี่ในวันนี้ๆ นั้นบินสายการบินอะไรได้บ้าง? มีไฟลต์กี่โมง? ตั๋วเครื่องบินแต่ละเที่ยวเท่าไร?
 
.
 
...สมัยนี้การตอบคำถามแบบนี้เป็นเรื่องง่ายไปแล้ว แต่ลองคิดถึงสมัยนั้น ที่ยังไม่มีระบบกลางเอาไว้รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ การจะตอบคำถามแบบนี้ได้ ก็คือต้องไปกรอกข้อมูลเพื่อค้นในเว็บทุกสายการบิน แล้วเอามาเทียบกันเอง นี่เป็นสิ่งที่ทำทุกวันนี้ก็ยังเหนื่อยเลยครับ ซึ่งลองนึกภาพว่าสมัยนั้นเน็ตมันช้ากว่าตอนนี้อีก คนอินโดจะบินไปไหนมาไหนทีนี่เช็กกันเหนื่อย
 
.
 
นี่เป็นสิ่งที่ผู้ก่อตั้ง Traveloka ทั้งสามเข้าใจดี เพราะพวกเขาก็มีการบินไปๆ กลับๆ จากอเมริกาไปทางบ้านของพวกเขาที่อินโดตลอด และพวกเขาก็เห็นว่าระบบมันแย่แค่ไหน ซึ่งถ้าเทียบกับที่ทางอเมริกาที่เริ่มมีบริการเทียบราคาตั๋วเครื่องบินออนไลน์แล้วจากทาง Expedia สถานการณ์มันคนละเรื่อง
 
.
 
...พวกเขาก็เลยเริ่มตกลงและค่อยๆ พัฒนาเขียนเว็บเพื่อรวบรวมราคาตั๋วเครื่องบินมา ซึ่งสำหรับ Urnadi เขาสนุกกับการทำเว็บรวบรวมราคาตั๋วเครื่องบินที่จะดึงข้อมูลมาจากที่ต่างๆ นี้ เพราะมันเหมือนการแก้โจทย์คณิตศาสตร์สำหรับเขา
 
.
 
เมื่อไอเดียเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง Urnadi ก็เริ่มเล็งเห็นว่าถ้าจะทำธุรกิจขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าเขาหรือเพื่อนๆ ก็ไม่มีใครมีประสบการณ์ด้านธุรกิจเลย เขาก็เลยตัดสินใจออกจากงานไปเรียน MBA ต่อที่ Harvard Business School
 
.
 
…อย่างไรก็ดี เมื่อเขาเรียนไปไม่นาน เขาก็รู้สึกเรื่อยๆ ว่า เวลาที่เขาควรจะเริ่มธุรกิจมันคือตอนนี้นี่แหละ ช้าไปกว่านี้รอให้เรียนจบ ทุกอย่างมันก็จะสายไปแล้ว
 
.
...ในตอนนั้นมันคือปี 2011 ตอนแรกเพื่อนๆ ของเขาคัดค้าน เพราะทีมต้องการผู้บริหาร ไม่งั้นอะไรๆ มันก็อาจผิดพลาด อย่างไรก็ดี เขาก็บอกกับเพื่อนๆ ผู้ก่อตั้งว่า “เราอายุ 23 เองนะ เรายังเด็กพอที่จะทำพลาดน่า” และมันก็ไม่มีเวลาไหนที่จะเหมาะกว่านี้อีกแล้วที่จะเริ่มธุรกิจนี้
 
.
 
...และแล้วปี 2012 เว็บ Traveloka ก็เปิดตัวมาเป็นเว็บเรียบๆ ที่ใช้เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินของสายการบินต่างๆ เฉยๆ ทางเว็บไม่ได้มีรายได้ใดๆ เลย
 
.
 
Urnadi มองแต่แรกอยู่แล้วว่ามันต้องไม่มีรายได้ในตอนแรก แต่ก็คิดโมเดลไว้เสร็จสรรพว่ารายได้จะต้องมาจากการขายตั๋วเครื่องบินผ่านทางเว็บ หรือจริงๆ แล้วโมเดลธุรกิจทางเว็บมันเป็น Online Travel Agency ที่หักส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ จากสินค้าการท่องเที่ยวที่ขายทางเว็บนั่นเอง
 
.
 
ตอนแรกๆ ทางเว็บลำบากมาก เพราะไม่มีสายการบินใดๆ เข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ด้วยเลย แต่หลักการของ Traveloka ก็คือ “ถ้าคุณสร้างบริการที่ดี คนจะมาใช้เอง” นั่นหมายถึงสิ่งเดียวที่ Traveloka จะทำคือการพัฒนาบริการสืบค้นให้ดีขึ้นกว่าเจ้าอื่น เทคนิคอย่างอื่นไม่ใช้ ผลคือบริการเทียบราคาตั๋วเครื่องบินของ Traveloka นั้นตอบโจทย์คนอินโดมากเพราะมันดีกว่าเจ้าอื่นจริงๆ และจำนวนผู้ใช้เว็บก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนสุดท้ายสายการบินต่างๆ ก็เริ่มสนใจเป็นพาร์ตเนอร์โดยทางเว็บจะได้ 5 เปอร์เซ็นต์ จากส่วนแบ่งค่าตั๋ว และทุกวันนี้พอเว็บขยายขึ้นอีก ส่วนแบ่งก็ได้เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ แล้ว และตอนนี้บริการของ Traveloka ก็ไม่ได้มีแค่จองตั๋วเครื่องบินในเว็บได้แล้ว แต่จองโรงแรมก็ได้อีก โดยทางเว็บตอนนี้ก็มีกว่า 33 สายการบินเป็นพาร์ตเนอร์และโรงแรมอีกไม่รู้เท่าไรทั่ว SEA
 
.
 
เมื่อธุรกิจสไตล์ Startup โตขนาดนี้และทำเงินได้จริงๆ มีหรือแหล่งทุนจะไม่สนใจ มีแหล่งทุนใหญ่ๆ จำนวนมากซื้อหุ้นและเพิ่มทุนในการขยายของ Traveloka อย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ Traveloka ก็น่าจะขึ้นแท่นรอเป็น Startup ระดับพันล้านเหรียญ หรือ “ยูนิคอร์น” แห่งแรกของอินโดนีเซียแล้ว จะเหลือก็แค่เข้าไปขายหุ้นในตลาดหุ้นเมื่อไรเท่านั้นเอง
 
.
 
เราไม่รู้ว่า Traveloka จะไปได้ไกลแค่ไหน แต่บทเรียนสำคัญคือ ถ้าเราเห็นจังหวะทางธุรกิจ เราก็คงจะต้องรีบกระโดดมาทำก่อนที่จะสายเกินไป แม้ว่านั่นจะทำให้เราเรียนไม่จบก็ตาม เรายังมีเวลาพลาดอีกเยอะ และเราก็จะกลับไปเรียนก็ได้ถ้าเราล้มเหลว และธุรกิจแบบ Startup ที่เริ่มด้วยต้นทุนที่ต่ำนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความล้มเหลวมันเจ็บหนักนัก และเราก็มีเวลาในชีวิตฟื้นตัวอีกมาก แต่ถ้าประสบผลสำเร็จขึ้นมาชีวิตเราก็อาจพลิกผันเลยได้เช่นกัน
 
.
 
เรื่อง: อธิป จิตตฤกษ์ ภาพประกอบ: นิธินาถ เชิดชัยศรีพงศ์
 

The Founder

@thefounder

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X