2,977 VIEWS

Bernard Arnault ราชาแบรนด์หรู

November 22, 2017

รู้หรือเปล่าครับว่า Christian Dior, Hennessy, Marc Jacobs, TAG Heuer, Givency และ Louis Vuitton นั้นมีอะไรเหมือนกัน? คุณอาจคิดว่าความเหมือนกันของทั้งหมดมันคือแบรนด์หรู คำตอบที่ตรงกว่านั้นก็คือ ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรธุรกิจสินค้าหรูหรา ของชายผู้มั่งคั่งที่สุดในแผ่นดินฝรั่งเศสในปัจจุบันนามว่า Bernard Arnault
 
.
 
มหาเศรษฐีผู้นี้คือคนที่ทำมาหากินกับแบรนด์หรูที่รวยที่สุดในโลก ถ้าเห็นแบบนี้เราอาจคิดว่าเขาน่าจะเริ่มอาชีพจากการเป็นดีไซน์เนอร์หรือแฟชั่นนิสต้า แต่รู้หรือไม่ครับว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เริ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับแฟชั่นเลย เรียนก็ไม่ได้เรียนสายแฟชั่นด้วย แต่เขาเป็นคนที่เห็นว่าธุรกิจสินค้าหรูหรานั้นน่าสนใจ น่าจะทำกำไรดี เขาก็เลยค่อยๆ ไปไล่ซื้อบริษัทที่ทำแบรนด์หรูมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้เขาน่าจะถือว่าเป็นเจ้าของแบรนด์หรูหลายสิบแบรนด์ในโลก และเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่กุมชะตาของโลกแฟชั่นไปแล้ว
 
.
 
เรามาทำความรู้จักเรื่องราวของเขากันครับ
 
.
Bernard Arnault
.
 
ริเริ่มธุรกิจ
Bernard Arnault เกิดเมื่อปี 1949 ในครอบครัวนักธุรกิจ พ่อของเขาเป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ของเขา และตัวเขาก็เจริญรอยตามครอบครัว ด้วยการเรียนจบสาขาวิศวกรรมศาสตร์จาก Ecole Polytechnique ในปี 1971 เมื่ออายุราว 22 ปี และไม่นานนักหลังเรียนจบก็เข้าทำงานกับบริษัทของพ่อเขา
 
.
 
Arnault เป็นนักธุรกิจแท้ๆ ที่ไม่มีเยื่อใยทางธุรกิจใดๆ กับธุรกิจที่ไม่ทำเงินให้สูงสุด เมื่อเขาเข้าทำงานกับบริษัทของพ่อเขาได้พักใหญ่ เขาเห็นว่าธุรกิจก่อสร้างที่สืบทอดกันมาของครอบครัวนั้นไม่ทำเงินเท่าที่ควร เขาก็เลยเกลี้ยกล่อมพ่อของเขาให้ขายส่วนที่เป็นธุรกิจก่อสร้างทิ้งไปให้หมด และไปเน้นทำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับการพักตากอากาศแทน เพราะนั่นทำเงินมากกว่าการไปรับจ้างก่อสร้าง และพ่อของเขาก็ยอมตาม
 
.
 
ตำแหน่งของ Arnault ในบริษัทก็ไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา และในปี 1979 เขาในวัย 30 ก็ได้นั่งแท่นเป็นประธานบริษัทแทนที่พ่อของเขา
 
.
 
เมื่อได้เป็นเจ้าของบริษัทโดยสมบูรณ์ เขาก็พยายามจะขยายกิจการไปในต่างประเทศ โดยช่วงต้นทศวรรษ 1980’s เขาก็ไปอยู่และพยายามจะขยายกิจการอสังหาริมทรัพย์ตากอากาศของเขาที่อเมริกา โดยเขาไปอยู่ที่รัฐ Florida ถึง 3 ปีเลยทีเดียว
 
.
 
...แม้ว่าการขยายกิจการไปอเมริกาจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่บทเรียนที่เขาได้จากอเมริกาก็มีค่ามาก เขาเริ่มเรียนรู้จริตการเทคโอเวอร์บริษัทจากพวกนักธุรกิจอเมริกัน พร้อมทั้งพลังในการขยายธุรกิจของการเทคโอเวอร์ และพอมาในปี 1984 เขาก็มีไอเดียว่า สินค้าหรูหรานั้นเป็นสินค้าที่ขายได้กำไรดีที่สุด เขาเลยกระโดดข้ามจากธุรกิจทำบ้านพักตากอากาศไปเทคโอเวอร์ Financière Agache ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำสินค้าหรูหรา
 
.
 
และหลังจากเทคโอเวอร์ Financière Agache ไม่นาน Arnault ก็ไปซื้อบริษัท Boussac Saint-Frères ซึ่งเป็นบริษัททำสิ่งทอและผ้าอ้อมที่ล้มละลายไปแล้วและกำลังถูกขายทอดตลาด
 
.
 
หากพูดชื่อ Boussac Saint-Frères คงไม่มีใครรู้จัก แต่ตอนนั้นบริษัทนี้เป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่น Christian Dior กับห้าง Le Bon Marché ด้วย ซึ่งนี่คือเป้าของการเทคโอเวอร์ของ Arnault ทำให้หลังจากที่เขาซื้อ Boussac Saint-Frères มา เขาขายกิจการอื่นๆ ของบริษัททิ้งไปจนหมด และเหลือไว้แค่ Christian Dior กับ Le Bon Marché
 
.
 
และในปี 1985 นี่เองที่ทำให้ Arnault ในวัย 36 ปีนั้นได้ครอบครองแบรนด์แฟชั่นระดับโลกในมือเป็นแบรนด์แรก และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของอาณาจักรสินค้าหรูหราของเขาอย่างเป็นทางการ
 
.
 
สู่ราชาสินค้าหรู
ในปี 1987 บริษัทแฟชั่นชื่อดังอย่าง Louis Vuitton นั้นควบรวมกิจการกับบริษัทผลิตแชมเปญ Moët & Chandon และบริษัทผลิตคอนยัค Hennessy ออกมาเป็นบริษัทใหม่ชื่อว่า LVMH
 
.
 
ในช่วงการรวมบริษัท Arnault ก็ไปให้ Christian Dior ค่อยๆ ไล่ซื้อหุ้นบริษัทมาจนท้ายที่สุด เขาได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของ LVMH ที่มีสิทธิ์ในการออกเสียงตอนประชุมผู้ถือหุ้นเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ และผลก็คือเขาก็ถือว่าเป็นเจ้าของ LVMH ไปโดยปริยาย
 
.
 
ซึ่งตอนนี้มันหมายถึง Arnault ได้กลายเป็นเจ้าของกลุ่มบริษัทที่ขายสินค้าหรูหราที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้ว โดยสินค้าในสารบบนั้นมีตั้งแต่ เสื้อผ้า ไวน์ นาฬิกา เครื่องประดับ เครื่องสำอาง จากแบรนด์หรูล้วนๆ กว่า 60 แบรนด์ที่เป็นบริษัทลูกของ LVMH
 
.
 
การเดินหน้าเทคโอเวอร์ของ Arnault ยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะ Arnault ก็ดูจะต้องการครองโลกของสินค้าฟุ่มเฟือยจริงๆ โดยหลังจากเขาได้ LVMH มาครองแล้ว เขาก็เดินหน้าไปพยายามเทคโอเวอร์แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Gucci ต่อ และล่าสุดก็ Hermès แม้ว่ามันจะเป็นการเทคโอเวอร์ที่ล้มเหลวก็ตาม โดยในการพยายามเทคโอเวอร์ Gucci เขาได้พ่ายแพ้ต่อคู่ปรับตลอดกาลอย่าง François Pinault ที่เป็นเจ้าแห่งการเทคโอเวอร์แบรนด์หรูเช่นกัน (Pinault เป็นเจ้าของบริษัท Kering ซึ่งตอนนี้มีแบรนด์ในมืออย่าง Gucci, Yves Saint Laurent และ Puma ซึ่งก็แน่นอนว่าเทคโอเวอร์มาทั้งนั้น)
 
.
 
…ทุกวันนี้ Arnault ก็ยังพยายามจะเทคโอเวอร์ต่อ เรียกได้ว่าเขาขยับอะไรทีโลกต้องจับตามอง และสำหรับบรรดาแบรนด์หรูที่มีในมืออยู่แล้ว เขาก็พยายามขยายอาณาจักรของเขาออกไปทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากนี้เขายังเป็นหุ้นใหญ่ของ Carrefour ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย (อันดับ 1 คือ Walmart)
 
.
 
ซึ่งที่น่าสนใจคือ Arnault นั้นน่าจะเรียกได้ว่าไม่ใช่นักบริหารที่โดดเด่นเลย แต่เขาเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์มากๆ ในการเทคโอเวอร์ และเลือกคนมาบริหารบริษัทที่เขาไปเทคโอเวอร์เก่ง ซึ่งนี่ก็รวมไปถึงการเลือกเหล่าดีไซน์เนอร์เข้ามาในสังกัดด้วย
 
.
 
...และนี่ก็คงจะเป็นความลับของยอดนักเทคโอเวอร์วัยเกือบ 70 ปีผู้นี้ ที่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนน้อยมากต่างจากเหล่า CEO เซเลบทุกวันนี้ เพราะเขามีคติว่า “ผมไม่โปรโมตตัวเอง แต่ผมโปรโมตแบรนด์ของผม”
 
เรื่อง: อธิป จิตตฤกษ์ ภาพประกอบ: นิธินาถ เชิดชัยศรีพงศ์
 



The Founder

@thefounder

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X