3,098 VIEWS

[REVIEW] พาแฟนไปสวนสนุกโคตรอินดี้อินเจแปน...

February 03, 2018

เข้าสู่เดือนแห่งความรัก ใครกำลังวางแผนไปเที่ยวกับแฟน เราขอแชร์สถานที่ที่จะทำให้คุณมีประสบการณ์แปลกใหม่ จดจำกันไปแบบไม่รู้ลืมเลยทีเดียวกับสวนสนุกโคตรอินดี้นี้ มีชื่อว่า Brazilian Park Washuzan Highland อยู่ที่เมือง Kojima จังหวัด Okayama ประเทศญี่ปุ่น (จะอินดี้ยังไง ต้องอ่าน!)

ขอเล่าย้อนก่อนออกเดินทางก่อนว่า ทริปนี้เราเป็นคนวางแผนเอง เพราะแอบเห็นว่าแฟนอยากไปมาก (แฟนก็เป็นคนอินดี้ ติสท์แตก ไม่ชอบคนเยอะ) เราต้องดูบุคลิกเค้าด้วย ว่าจะชอบเที่ยวแบบนี้รึป่าว ถ้ามันพอจะเข้าทางก็จัดเลย การเดินทางมันจะยากหน่อยๆ แต่ด้วยระบบขนส่งสาธารณะของประเทศเค้าดีมากๆ มันทำให้เราวางแผนได้ตรงเวลา และไม่หลงทาง (การเตรียมแผนที่ดี..ก็เป็นอีกอย่างที่จะทำให้แฟนประทับใจได้นะ เค้าจะรู้สึกไว้ใจและสบายใจที่มีเรายังไงล่ะ)

หากเดินทางมาถึงจังหวัด Okayama เราต้องต่อรถไฟไปเมืองโคจิม่าอีกหน่อย เมืองโคจิม่าเป็นเมืองแห่งยีนส์ คนส่วนใหญ่เลือกไปเดินเที่ยวเล่นที่หมู่บ้านยีนส์ แต่อะไรที่คนไป เราจะไม่ไป คอนเซปต์เที่ยวแบบอินดี้ต้องมา ดังนั้น เราเลยมุ่งหน้าไปสวนสนุก..ที่ไม่มีคนไปดีกว่า.. 

นี่คือ ทางเข้าสวนสนุกที่ไม่มีคน เย้ๆ
 
สวนสนุก Brazilian Park Washuzan Highland (ตั้งอยู่บนเขา Washuzan ยอดเขานี้มีจุดชมวิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น) สวนสนุกสไตล์ Brazil แห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี 1971 เครื่องเล่นจะเก่าๆ สนิมเกาะบ้าง ใช้งานไม่ค่อยได้บ้าง คิดว่าเจ้าของคงจะรักสวนสนุกแห่งนี้มาก ถึงยังคงเปิดให้บริการอยู่ ค่าเข้าสวนสนุก 2,800 เยน แต่ดูแล้วมันไม่น่าจะทำกำไรให้ซักเท่าไหร่ จริงๆ ต้องบอกว่า น่าจะขาดทุนมากกว่า (อยู่ได้ยังไงน้าา)

พร้อมแล้ว..เตรียมเข้าไปข้างในกันเลย!
 
เดินเข้าไปข้างใน เจอพนักงานกวาดพื้นบ้าง ดายหญ้าบ้าง คงจะว่างกัน ตลกดี แปลกใจมากว่า สวนสนุกแห่งนี้อยู่ได้ยังไง นับๆ ดูแล้ว มีนักท่องเที่ยวแค่ 6 คนเท่านั้น แบ่งเป็นคู่รัก 3 คู่ (ทำไมถึงมีแต่คู่รักมากันนะ?) คู่นึงอยู่บนรถไฟเหาะ คู่นึงกำลังปั่น Skycycle และคู่เรากำลังจะขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่มันน่าสะพรึงกลัวมากกก

มันก็จะดูเก่าหน่อยๆ น่ากลัวหน่อยๆ
 
ชิงช้าสวรรค์ใหญ่มาก และสูงมากกกก แน่นอนมีเพียงเราสองคนเท่านั้นที่ขึ้นไป ตัวกระเช้าเก่าแบบสนิมเกรอะกรัง ไม่มีแอร์ ไม่มีฮีตเตอร์ มีเพียงช่องลมที่พอขึ้นสูงแล้วจะได้ยินเสียงวี๊ดๆ ของลมที่ผ่านช่องเข้ามาตลอดเวลา ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว ก่อนขึ้นก็บอกกับแฟนไว้แล้วนะว่าลมมันแรงนะเธอ ถ้ามันปลิวหลุดไปจะทำยังไง ในหัวมัวแต่จินตนาการถึงลมแรงๆ พัดตู้เรากระเด็น หลอนสุดๆ แต่วิวที่ได้เห็นก็ทำให้เราลืมความกลัวไปได้บ้าง รอบเดียวก็เกินพอ ยอมรับว่าเป็นเครื่องเล่นที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต ลงมาจากชิงช้าถึงกับบอกแฟนว่า

“เราผ่านความตายมาด้วยกันนะ เหมือนได้เกิดใหม่ มาใช้ชีวิตกันต่อเถอะ”
วิวจากบนชิงช้าสวรรค์ ที่พอจะทำให้เราลืมความกลัวได้บ้าง
(เมืองโคจิม่า ติดกับทะเล จะสามารถมองเห็นเกาะน้อยใหญ่ที่มีอยู่ประมาณ 50 เกาะ)

เย้! รอดแล้ว

มาถึงอีกเครื่องเล่น ที่เรียกว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย คือ Skycycle จักรยานคู่ปั่นบนราง มีเพียงแค่เข็มขัดรัดเอวเท่านั้น ความเร็วในการเคลื่อนที่ อยู่ที่เราจะปั่น เพราะฉะนั้นปั่นช้าๆ ค่ะ เพื่อความปลอดภัย เราจะหยุดชมวิวตรงไหนก็ได้ สถานที่นี้เป็นของเราจริงๆ  5555  ปั่นจักรยานด้วยกันบนยอดเขา ได้ดูวิวหลักล้าน เราจะไปหาที่ไหนได้อีก :)

เครื่องเล่นนี้เป็นของเราสองคน อยากจะหยุดถ่ายรูปชมวิวตรงไหนก็ได้ :)
 
ยังมีเครื่องเล่นอื่นๆ แต่ก็ธรรมดาของสวนสนุกทั่วไป จะแตกต่างตรงที่ต้องเรียกพนักงานมาเปิดให้ เพราะไม่มีคนเล่นเลย รู้สึก VIP มากๆ 55555

เล่นคนเดียวก็สนุกได้
มีโชว์เต้นแบบ Brazil แต่ไม่มีคนดู...

จริงๆ อยากจะเล่นรถไฟเหาะอีกอัน แต่ดูเวลาแล้วน่าจะไม่ทัน เพราะอีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาที่นี่ คืออยากจะพาแฟนมาดูพระอาทิตย์ตกดินบนยอดเขา Washuzan ที่เค้าว่ากันว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น และต้องโรแมนติกสุดๆ แน่ๆ ด้วยความที่กลัวรถบัสหมด แฟนเกือบจะไม่ไป แต่เราอยากจะพาไปให้ได้ ตามที่ตั้งใจไว้ รีบเช็คเวลารถบัสรอบสุดท้าย คำนวณเวลาแล้วน่าจะทัน และในที่สุดก็เลยได้ภาพนี้

กดที่ภาพเพื่อดูแบบขยาย
 
ที่เห็นสะพานยาวๆ นั่นคือ  Great Seto Bridge สะพานสองชั้นที่ได้รับการบักทึกใน “มิชลินกรีนไกด์ เจแปน” ว่าเป็นสะพานสองชั้นที่ยาวที่สุดในโลก มองเห็นท้องฟ้าสีส้มๆ ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า คงเป็นภาพที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา 

เรานั่งรถบัสคันสุดท้ายกลับไปที่สถานีโคจิม่า แผนการเดินทางวันนี้ของเราสิ้นสุดลง พร้อมกับความทรงจำที่คงจะต้องจดจำไปตลอดชีวิต วันเดียวที่เราได้ทั้งความสนุก ความกลัวแบบสุดๆ และวิวที่สวยที่สุด ที่นี่อาจจะไม่ได้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว แต่เราได้ค้นพบว่า บางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ทุกที่มันมีสิ่งพิเศษซ่อนอยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเห็นมั้ย? 


คำถามที่คาใจว่า ทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงมีแต่คู่รัก?
คำตอบก็คือ “เพราะเป็นสถานที่ที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต..และคงเป็นครั้งเดียว” 
อ่านแล้ว..อย่าลืมปักหมุดให้ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่จะต้องพาคนรักไปให้ได้นะคะ

ขอบคุณภาพจาก: Palmipoko



ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (1)

LouisKun

@louiskun

12 September 2018 05.01

ผมอยากขึ้นเขาวาชูไปชมสะพานเซโตะครับ อยากถามว่าจุดที่รถบัสจอดกับจุดชมวิว เราต้องเดินเยอะขนาดไหนครับ เพราะมีผู้สูงอายุ 60+ ร่วมทริปจำนวน 4 ท่าน กลัวจะอดดูวิวกัน
รายงาน/แจ้งลบ
X