1,414 VIEWS
BrandThinkBiz

@brandthink(official)

‘มิตรผล’ หวานแบบอ้อยธรรมชาติกับการเติบโตแบบยั่งยืน

October 29, 2018


‘มิตรผล’ หวานแบบอ้อยธรรมชาติ กับการเติบโตแบบยั่งยืน
 
 
หากพูดถึงแนวคิด Less is More หลายคนอาจจะนึกถึงการดีไซน์หรือการออกแบบนวัตกรรมที่ล้ำสมัย แต่อย่างไรก็ตาม Less is More ยังนับว่าเป็นกระบวนการทางแนวคิดและการทำงานที่น้อยลง เพื่อส่งเสริมให้บางอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
ซึ่งทางแบรนด์ใหญ่อย่าง น้ำตาลมิตรผลเองก็นำแนวคิดนี้มาใช้ เพื่อตอกย้ำว่า “ต้นฉบับความหวานจากธรรมชาติแท้ ๆ กระบวนการผลิตน้อยกว่าน้ำตาลทั่วไป จึงให้ความหอมหวานกลมกล่อมมากกว่า” อีกทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 
 
อย่างน้ำตาลอ้อยธรรมชาติ อะไรที่น้อย ๆ เป็นธรรมชาติ ๆ ย่อมเข้าถึงรสชาติธรรมชาติแท้ ๆได้ดีกว่า เพราะผลิตจากอ้อยธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงมีความแตกต่างจากน้ำตาลทั่วไป ด้วยกระบวนการผลิตที่น้อยกว่า ทำให้ได้น้ำตาลสีธรรมชาติที่หวานหอมกลมกล่อมมากกว่า ให้สีสันและกลิ่นหอมจากอ้อยธรรมชาติมากกว่านั่นเอง
 
การผลิตน้ำตาลหรืออ้อยจะมาเกี่ยวข้องกับแนวคิดนี้ได้อย่างไร ส่วนอะไรจะน้อย อะไรจะมาก หรือจะมากน้อยแค่ไหน เราก็ตามมาดูกันเลยดีกว่า!
 


 
1.     “Less Is More Tasty”

สำหรับในประเด็นแรกกระบวนการผลิตที่น้อยกว่าไม่ได้แปลว่าจะทำให้รสชาตินั่นเปลี่ยนแปลงหรือแย่ลง เพราะมิตรผลก็พิสูจน์แล้วว่าถึงแม้กระบวนการจะน้อยกว่า แต่รสชาติน้ำตาลก็ยังหอมหวานกลมกล่อมมากกว่า มีสีสัน กลิ่นหอมจากอ้อยธรรมชาติ ช่วยเพิ่มสีสันให้อาหารได้อีกด้วย

ที่สำคัญหลายคนอาจจะมองว่าน้ำตาลเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กน้อยสำหรับการประกอบอาหาร หลายคนอาจจะมองข้าม หลายคนอาจจะไม่ใส่ใจ แต่เอาเข้าจริงแล้วแค่เปลี่ยนน้ำตาล รสชาติอาหารก็เปลี่ยนไปได้จริง ๆ เพราะให้รสหวานที่กลมกล่อมลงตัว ไม่ได้หวานแหลมจนเกินไป
 
ซึ่งทางมิตรผลก็มีการปล่อยเนื้อหาวิดีโอทั้งในออนไลน์และออฟไลน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ธรรมชาติเค้ารู้กัน” เพื่อพิสูจน์และช่วยสร้างการรับรู้ในประเด็นนี้

ยังมีเหล่า Food Blogger ที่มาช่วยยืนยันความจริงในประเด็นนี้กับคอนเซ็ปต์ “แค่เปลี่ยนน้ำตาล อาหารก็อร่อยขึ้น” กับการรังสรรค์เมนูต่าง ๆ จากน้ำตาลอ้อยธรรมชาติ มิตรผล
 

2.  “Less Is More Happy”
 
ในวันที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมกำลังเติบโตไปไกล แต่ในทางกลับกันความสุขในใจของผู้คนกลับเป็นประเด็นที่จับต้องได้ยากขึ้น แต่จะดีกว่าไหมถ้าเรามองย้อนกลับมาสำรวจความสุขแบบใกล้ตัวกันอีกครั้ง สำหรับทางฝั่งน้ำตาล มิตรผล ก็ช่วยพิสูจน์ว่าความสุขอาจไม่ได้อยู่ไกล เริ่มต้นได้ง่าย ๆ แค่เลือกอะไร ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและใจ ไม่ปรุงแต่งมากจนเกินความพอดี
 
มิตรผลนำเสนอแนวคิดนี้ ผ่านการปล่อยผลงานวิดีโอ ถึง 3 เรื่อง
1. แต่งหน้าจัด VS แต่งหน้าธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการแต่งหน้าที่เกินความพอดี
2. ปรุงแต่งมาก VS ปรุงแต่งน้อย เพื่อสื่อถึงอาหารที่ปรุงแต่งเกินความพอดี
3. กระบวนการมาก VS กระบวนการน้อย เพื่อให้คนฉุกคิดว่าควรบริโภคอะไรที่ปรุงแต่งน้อย ๆ
 
ซึ่งทั้ง 3 ชิ้นงานก็เน้นย้ำไปที่ประเด็นเดียวกัน ในประเด็นของความพอดี บางสิ่งบางอย่างก็ดีได้ โดยที่ไม่ต้องเยอะจนเกินไป ความเป็นธรรมชาติและสมดุลที่งดงามจะสร้างความสุขให้เราได้ เป็นเหมือนการกระตุกความคิดผู้คนให้มองย้อนกลับไปสู่การใช้ชีวิตแบบพอดี ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องปรุงแต่งจนรู้สึกเหนื่อย
 
เป็นตัวคุณในแบบของคุณ เป็นธรรมชาติในแบบที่พอดี เพื่อให้ความพอดีต่อยอดสู่อะไรที่ได้มากกว่า สอดคล้องกับแนวคิดของทางมิตรผล ที่เน้นความเป็นธรรมชาติแท้ กระบวนการผลิตที่น้อย เพื่อคงรสความเป็นธรรมชาติ และความหวานที่ดีต่อใจร่างกายและรสชาตินั่นเอง
 

3.  “Less Is More Love”

ที่สำคัญยังการันตีความสำเร็จด้วยรางวัล BONSUCRO มาตรฐานระดับโลก โดยมิตรผลเองก็นับว่าเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลระดับโลกนี้
 
ซึ่งหากจะให้อธิบายเพิ่มกันสักนิด BONSUCRO หรือ บองซู่โคร่ เป็นดั่งมาตรฐานสากลที่กำเนิดจากการรวมกลุ่มกันของนักวิชาการ ชาวไร่อ้อย และภาคเอกชน เป็นหน่วยงานที่ไม่ได้หวังผลกำไร ร่วมกันทำงานเพื่อสร้างมาตรการผลิตอ้อยและน้ำตาล เพื่อต่อยอดสู่ความยั่งยืนในหลายแง่มุม อย่าง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
 
ปัจจุบัน BONSUCRO มีสมาชิกจากทั่วโลก 458 ราย สมาชิกส่วนใหญ่ ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้าต่อเนื่อง กลุ่มโรงงานผู้ผลิตน้ำตาล และกลุ่มชาวไร่อ้อย
 
โดยมาตรฐานที่เรากำลังพูดถึงอยู่นั้นก็นับว่ามีกระบวนการสำคัญอย่าง
 
•   การผลิตอ้อยและน้ำตาลต้องดำเนินการอย่างสอดคล้องตามกฎหมาย
•   การผลิตอ้อยและน้ำตาลต้องดำเนินการโดยเคารพสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงาน
•   การผลิตอ้อยและน้ำตาลต้องมีการบริหารจัดการวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
•   การผลิตอ้อยและน้ำตาลต้องมีการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ
•   การผลิตอ้อยและน้ำตาลต้องมีการปรับปรุงธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
 
อีกทั้งยังครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ของการผลิตอ้อยและน้ำตาลอีกด้วย อาทิ การตรวจสอบที่ดินสำหรับปลูก การบำรุงรักษา การผลิต และการซื้อขายน้ำตาล เป็นต้น
 
ซึ่งทางมิตรผลก็สื่อสารประเด็นนี้ออกไปแบบง่าย ๆ แต่ตรงประเด็นอย่างการเข้าถึงพื้นที่โซเชียลมีเดียอย่าง Jones Salad, Infographic Thailand และ Fan Page ชื่ออื่น ๆ
 
หลังจากมีการปล่อยแคมเปญนี้ออกไป ก็นับว่าเป็นกระแสจากฝั่งผู้บริโภค ทำให้ตัวสินค้านี้ (น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ) เป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมมากขึ้น มียอดขายเติบโตมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ภาพรวมคนให้ความสนใจน้ำตาลอ้อยธรรมชาติมิตรผลมาก จากที่แต่เดิมจะไม่ค่อยได้รับความสนใจ ผู้บริโภคจะเลือกแต่น้ำตาลทรายขาว แต่จากปล่อยเนื้อหาเหล่านี้ออกไปก็มีผู้บริโภคหันมาสนใจน้ำตาลอ้อยธรรมชาติกันมากขึ้น
 
หากใครสนใจ ก็สามารถดูข้อมูลของ BONSUCRO เพิ่มเติมได้ที่ http://www.mitrpholmodernfarm.com/ หาซื้อน้ำตาลอ้อยธรรมชาติ มิตรผล ได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป และ 7-11 มี 2 ขนาด คือ 500 กรัม และ 1 กิโลกรัม
 
นับว่าเป็นการเติบโตของแบรนด์อย่างสร้างสรรค์ และเป็นการเติบโตพัฒนาโดยมีมาตรฐานระดับโลกมายืนยันอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการเติบโตที่ให้ผลดีทั้งทางแบรนด์ ทางผู้บริโภค และทางสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่อีกด้วย



เขียน: ชัยยะ ฤดีนิยมวุฒิ ภาพประกอบ: ศุภัชฌา ภู่จีนาพันธุ์



BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X