45,656 VIEWS
BrandThinkBiz

@brandthink(official)

เวิร์กช็อปดีๆ ที่จะทำให้หัวใจเข้าใกล้กันมากขึ้น

November 06, 2017



พ่อแอดเฟรนด์มา แม่แอดเฟรนด์มา รับดีไหม?
 
.
 
จะไม่รับก็มีพิรุธ แต่ถ้ารับไป เขาก็รู้เรื่องส่วนตัวเราหมดแน่ๆ แถมจะโพสต์อะไรก็ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ หรือไม่รับไปตั้งแต่แรกเลย จะดีกว่าไหม?
 
.
 
เชื่อว่าความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกที่ใครหลายคนเคยเจอ ถ้าจะถามว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพ่อแม่หรอ ก็คงไม่ใช่ เพราะเราก็ต่างรักคนในครอบครัวดี และไม่ได้อยากกีดกันพวกเขาออกไปจากชีวิตแต่อย่างใด แต่ถ้ารับพวกเขาเป็นเพื่อนในโลกออนไลน์แล้วล่ะ ผลพวงที่ตามมาคือคำถามที่ว่า พวกผู้ใหญ่จะเข้าใจชีวิตในโลกออนไลน์ของเราได้จริงๆ เหรอ
 
.
 
ความสัมพันธ์ที่เคยแน่นแฟ้นกลับเหินห่างกันไป เพียงเพราะความไม่เข้าใจโลกโซเชียล

.
 
เมื่อพื้นที่ในโลกโซเชียลเป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัวที่คนในครอบครัวอาจไม่เข้าใจ ช่องว่างระหว่างวัยทำให้เรื่องราวในโลกโซเชียลของเราไม่น่าเปิดเผยต่อสายตาผู้ใหญ่มากขึ้น โดยความรู้สึกหวาดระแวงนั้นต่อยอดไปถึงการห่างเหินกันในชีวิตจริงเลยด้วยซ้ำ มีเรื่องอะไรเริ่มพูดคุยกันน้อย แชร์กันน้อยลง โลกแห่งความจริงที่เคยสวยงามกลับโดนโลกออนไลน์ที่เข้ามาผสมผสานสร้างระยะห่างระหว่าง ‘เรา’ เสียดื้อๆ

.
 


.
 
ประโยคเดียวแต่ทรงพลัง และสร้างความแตกต่างให้การตลาดแบบออนไลน์ได้
 
.
 
“หรือเราไม่ควรเป็นเพื่อนกันในโลกโซเชียล” เป็นประโยคที่ผมเคยถามกับตัวเองมาโดยตลอดหลังจากที่ต้องคอยซ่อนโพสต์หรือข้อความต่างๆ ไม่ให้พ่อแม่เห็น และมันเป็นประโยคสำคัญที่ Family Reconnect โดย AIS สานรัก เลือกใช้ในงานวิดีโอตัวนี้ ซึ่งนับว่าเป็นดั่งประโยคทองที่สรุปความรู้สึกคลุมเครือนั้นได้อย่างชัดเจน และเป็นการนำเอา Insight ของคนรุ่นใหม่มาใช้ได้อย่างตรงจุด
 
.
 
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ประโยคเด็ดประโยคนี้สร้างเสียงฮือฮาในโลกโซเชียลได้อย่างล้นหลาม การันตีจากยอดวิว ยอดแชร์ และจำนวนคอมเมนต์ที่ ไม่ใช่แค่คำชื่นชม แต่รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวจำนวนนับไม่ถ้วน ทำให้ตัวผู้เขียนเองเข้าใจเลยว่า ความรู้สึกแบบนี้เป็นความรู้สึกส่วนบุคคล แต่น่าแปลกมันกลับเกิดขึ้นกับคนหลายคนในสังคมเช่นกัน
 
.
 
ผลงานที่ถูกสรรสร้างจากงาน Insight และมีงานวิจัยมาสนับสนุน
 
.
 
ย้อนกลับมาทางฝั่งผู้สร้างอย่าง AIS หลังจากที่เราได้พูดคุยและได้รับข้อมูลเบื้องหลังมา เราก็ต้องตกใจเลยว่า กว่าเนื้อหาจะเข้าถึงผู้ชมได้ขนาดนี้ ต้องผ่านการวิจัยมาอย่างหนักหน่วงและจริงจังเลยทีเดียว
 
.
 
นอกจากจะนำเอา Insight ของการใช้โซเชียลมีเดียในครอบครัวมาเป็นประเด็นแล้ว สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ตัว Family Reconnect เองยังล้วงลึกถึงปัญหานี้จากทำการวิจัยแบบกลุ่ม (Focus Group) ขึ้นมา โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกกับกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ เน้นไปที่พฤติกรรมการใช้ Facebook และ LINE ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่ครอบครัวเล่นด้วยกันบ่อยที่สุด ทำให้พบปัญหาหลัก 3 ประเด็นคือ
 
.

1. LINE กลายเป็นแค่เครื่องมือการสื่อสาร แต่ไม่ได้ทำให้เกิดการสร้างบทสนทนาใหม่ๆ
ฝ่ายพ่อแม่มักจะเป็นฝ่ายชวนลูกคุยมากกว่า เพราะอยากรู้ความเป็นไปของลูก ในขณะที่ลูกมองว่า เป็นความอึดอัดที่ต้องคอยรายงานตัวกับพ่อแม่ จนลูกรู้สึกเบื่อพาลไม่ตอบ LINE พ่อแม่ในที่สุด
 
.

2. พ่อแม่ใช้ LINE เพื่อจะพูดว่า “ฉันอยากพูดอะไรกับลูก” มากกว่าที่จะพูดเรื่องที่ลูก “อยากฟัง”
ถึงแม้ว่าสิ่งที่พ่อแม่อยากจะบอกเล่านั้นเป็นไปด้วยความห่วงใยและหวังดี แต่ในเมื่อพูดในประเด็นที่ฝ่ายลูกไม่ได้สนใจ ก็ทำให้ลูกไม่ได้รู้สึกกระตือรือร้นที่จะตอบสนองพ่อแม่ ในขณะเดียวกันเรื่องที่ลูกสนใจ พ่อแม่ก็อาจจะไม่ได้เห็นด้วยเช่นกัน
 
.

3. การเล่น Facebook ของลูก ต้องกลายเป็นการเล่นที่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ
ลูกไม่อยากให้พ่อแม่เข้ามาล่วงล้ำเกินไป เนื่องจากลูกรู้สึกว่า Facebook เป็นพื้นที่ส่วนตัว แต่หลายครั้งกลับโดนพ่อแม่จู่โจมบนหน้าโพสต์ของตัวเองแบบไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นว่าลูกต้องคอยซ่อนโพสต์ หรือเลือกที่จะบล็อก หรือไม่เป็นเพื่อนกับพ่อแม่ไปเลย

.

จาก 3 ประเด็นและการวิจัยดังกล่าว ทำให้เราทราบเลยว่าปัญหาหลักที่เกิดขึ้นก็คือ ความเข้าใจในการใช้งานโลกโซเชียลที่แตกต่างกัน และขาดการเปิดอกพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ปัญหาเลยเถิดไปถึงการไม่เข้าใจและห่างเหินกันในโลกแห่งความจริง ซึ่งจากปัญหาตรงนี้ Family Reconnect เลยเลือกใช้ตัวคอนเทนต์ ที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวเปิดใจกลับมาคุยกันด้วยความเข้าใจกันอีกครั้ง



 
ต่อยอดสู่กิจกรรมเสริมสร้างความเข้าใจของคนในครอบครัว

.
 
นอกเหนือจากวิดีโอที่เล่าเรื่องคู่พ่อแม่ลูกกับ Social Media Test เปิดอกคุยกันแบบตรงไปตรงมาปราศจากสคริปต์แล้ว AIS สานรัก ยังไม่จบความตั้งใจดีๆ แค่สื่อวิดีโอตัวเดียว พวกเขายังต่อยอดโครงการดีๆ แบบนี้ด้วยกิจกรรมเวิร์กช็อปอย่าง “Family Reconnect” ที่มีเป้าหมายให้ครอบครัวยุคใหม่เข้าใจการใช้โซเชียลมีเดียร่วมกันมากขึ้น ซึ่งภายในกิจกรรมจะมีทั้งข้อสอบระดับความเข้าใจการใช้งานโซเชียล (นับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการจัดการทดสอบแบบนี้) การถ่ายรูปร่วมกัน การสนทนาเพื่อต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหาของการใช้โซเชียลมีเดียในครอบครับ รวมถึงการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
 
.
 
นอกจากนี้ในอนาคต AIS สานรัก ยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญ “Family Reconnect” ไปสู่กิจกรรมอื่นๆ  ต่อไป เพื่อสานสัมพันธ์ให้ทุกคนในครอบครัวหันมาพูดคุยกันอย่างเปิดใจ และสร้างความเข้าใจในครอบครัวให้กลับมาใกล้กันมากกว่าเดิม
 
.
 
ซึ่งถ้ามองจากทางฝั่งคนทำแคมเปญ พวกเขาสามารถนำเอาเนื้อหาออนไลน์มาต่อยอดสู่กิจกรรม on ground ได้อย่างน่าสนใจ มีการดึงเอา Insight มาใช้ได้อย่างตรงจุด สนับสนุนช่องว่างทางเนื้อหาด้วยผลงานวิจัย แถมต่อยอดงานออนไลน์สู่งาน on ground ได้อย่างแยบยลและทรงพลัง นับว่าเป็นแคมเปญของทางฝั่งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่น่าเรียนรู้เลยล่ะครับ
 
.
 
แล้วถ้าใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมนี้สามารถดูได้ ที่นี่ เลยครับ
 



BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X