716 VIEWS

เมื่อธุรกิจโรงแรมเข้าร่วม Sharing Economy

May 26, 2017

          ...ไอเดียธุรกิจในแบบ “เศรษฐกิจแบ่งบัน” หรือ Sharing Economy นั้นแก่นสารของมันก็คือแนวคิดว่า “มีอะไรก็อย่าเอาวางไว้เฉยๆ ให้นำออกมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยให้เช่าผ่านบริการของเรา” ซึ่งเราก็จะเห็นแนวคิดนี้ในภาคปฏิบัติ ผ่านสองบริษัทที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจอย่าง Uber และ AirBnb ที่คอนเซ็ปต์ทางธุรกิจคือการให้บุคคลทั่วไปสามารถนำสินทรัพย์ส่วนบุคคลมาสร้างมูลค่าได้ และในสองกรณีนี้คือรถยนต์และพี่พักอาศัยตามตามลำดับ...

          ...แนวคิดทางธุรกิจแบบนี้ให้ทำให้สินทรัพย์ที่วางอยู่นิ่งๆ ของบุคคลทั่วไปสามารถออกมาสร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจอย่างไม่มีมาก่อน อย่างไรก็ดี การใช้แนวคิดเดียวกันมาสร้างมูลค่าในระบบเศรษฐกิจ มันก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องจำกัดอยู่แค่การนำสินทรัพย์ของบุคคลทั่วไปมาสร้างมูลค่าเท่านั้น แต่การนำสินทรัพย์ของภาคธุรกิจมาสร้างมูลค่าในทำนองเดียวกันในยามที่ภาคธุรกิจนั้นไม่ได้ใช้สินทรัพย์เหล่านั้นก็เป็นไปได้...

ในธุรกิจโรงแรมแต่ดั้งเดิม บริการหลักคือการให้บริการห้องพักค้างคืนสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางไกลต่างๆ ซึ่งผู้คนเหล่านี้ก็มักจะเช็คอินเข้าห้องพักในยามดึกและเช็คเอาท์ออกจากห้องตั้งแต่ยามเช้าถึงสายเพื่อจะเดินทางต่อ

          นี่ทำให้ ห้องพักในโรงแรมจำนวนมากก็มักจะว่างอยู่ตอนกลางวัน แต่ก็ไม่ได้มีนักธุรกิจหัวใสที่ไหนเคยพยายามจะสร้างรายได้จากช่องว่างของการเข้าพักตรงนี้แบบเป็นเป็นระบบ แม้ว่าโรงแรมจำนวนหนึ่งจะมีบริการห้องพักในตอนกลางวันด้วยอัตราที่ต่ำกว่าการให้พักแบบค้างคืนอยู่แล้วก็ตาม

...ว่าแต่ผู้คนเขาจะไปเช่าห้องพักตอนกลางวันไปทำอะไรล่ะ? หลักๆ แล้ว ผู้คนอาจต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่มีความเงียบในการทำอะไรต่างๆ ในช่วงเวลากลางวัน ไม่ว่าเขาจะคุยธุรกิจผ่าน Skype ไม่ว่าเขาจะเตรียมการพรีเซนต์งาน ไม่ว่าเขาจะต้องการการอาบน้ำแต่งตัวยันแต่งหน้าทาปาก หรืออาจแค่ต้องการจะงีบใหญ่ๆ ก่อนจะไปธุระสำคัญต่างๆ ในยามเย็น

          เมื่อโรงแรมมีอุปทานห้องว่างๆ ในเวลากลางวันของและผู้คนก็มีอุปสงค์ในการต้องการใช้พื้นที่ส่วนตัวตอนกลางวัน พออุปสงค์และอุปทานมาบรรจบกัน เว็บไซต์อย่าง HotelsByDay หรือ Dayuse ไปจนถึงแอปป์มาแรงอย่าง Recharge ก็จึงถือกำเนิดมาเป็นบริการตอบสนองการบรรจบกันดังกล่าว

          หลักการของบริการเหล่านี้เหมือนกันหมด คือจะเป็นบริการที่เน้นให้บริการจองห้องในโรงแรม (ไปจนถึงสถานที่ต่างๆ เช่น โคเวิร์คกิ้งสเปซ) โดยเน้นแบบเป็นการจองแบบชั่วคราวในเวลากลางวัน นี่เป็นบริการที่ต่างจากบรรดาบริการจองโรงแรมและที่พักชื่อดังอื่นๆ ที่จะจำกัดการบริการการจองห้องพักแต่เพียงการจองแบบรายวันหรือค้างคืนเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Agoda, Booking.com หรือ Hotel.com 

          ลักษณะทั่วไปของการใช้บริการจองห้องพักตอนกลางวันเหล่านี้ ผู้ใช้ก็เพียงแค่ใส่ย่านสถานที่ที่ตนต้องการจะจองห้องพักไปพร้อมกับวันที่ตนต้องการจองห้องพักตอนกลางวันลงไป แล้วทางเว็บก็จะนำเสนอว่าในบริเวณนั้นมีที่ไหนให้ไปสิงสถิตย์ในเวลากลางวันพร้อมเก็บค่าบริการบ้าง และแต่ละสถานที่ให้บริการตั้งแต่เวลาเท่าไรถึงเท่าไร

          เช่น ถ้าคุณต้องการห้องพักตอนบ่ายในนิวยอร์ค ในวันที่ 30 พ.ค. คุณก็เพียงแค่ใส่ข้อมูลนี้ไป ทางเว็บก็จะนำเสนอข้อเสนอห้องพักตอนกลางวันราคาถูกแบบเรียงรายกันมายาวเหยียด ซึ่งแต่ละโรงแรมก็จะมีข้อเสนอแตกต่างกันไป บ้างก็อาจเสนอให้จองทั้งกลางวันเลย บ้างก็อาจเสนอให้บริการช่วงเช้าถึงบ่าย และช่วงบ่ายถึงค่ำ ตามแต่นโยบายของแต่ละโรงแรม

ในกรณีของ Recharge ที่เป็นแอปป์ซึ่งกำลังมาแรงนั้น ผู้ใช้ก็สามารถจะเลือกเข้าพักในห้องโรงแรมได้เป็นรายนาทีเลยทีเดียว กล่าวคือผู้ใช้ไม่มีความจำเป็นต้องเลือกจะเช่าในเวลาเที่ยงถึง 2 ทุ่มตามที่ทางโรงแรมเสนอแบบบริการอื่นๆ เพราะเขาอาจต้องการเพียงแค่หาที่นอนกลางวันงีบสั้นๆ ยามบ่ายเท่านั้น ไม่ต้องการจะอยู่นานกว่านั้น Recharge ก็เลยมาตอบโจทย์ตรงนี้โดยการคิดค่าเช่าตามจริงเป็นรายนาที (บวกค่าบริการทำความสะอาดห้องพักที่ตายตัวไม่ว่าจะพักนานกี่นาที) โดยจะเริ่มนับจากที่ลูกค้ารับกุญแจจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์หรือกดเช็คอินบนแอปป์ และจะหยุดนับเมื่อลูกค้ากดเช็คเอาท์บนแอปป์ (โดยถ้าลูกค้ากดเช็คเอาท์ไปก่อนเวลาจริงทางโรงแรมก็อาจแย้งกับทางแอปป์ได้เช่นกัน) และยอดเงินค่าบริการทั้งหมดก็จะชำระผ่านบริการชำระเงินออนไลน์ตามมาตรฐานปกติ

ทั้งนี้ Recharge จัดเป็นบริหารที่หรูหรากว่าบริการอื่นๆ เนื่องจากเน้นให้บริการจองห้องพักเป็นรายนาที สำหรับโรงแรมหรูๆ ในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น และลักษณะเฉพาะทางธุรกิจนี้ก็ทำให้ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท Recharge Labs อย่างแมนนี่ แบมโฟ กล่าวว่าเขาไม่ได้มอง HotelsByDay หรือ Dayuse เป็นคู่แข่งด้วยซ้ำ เพราะทั้งสองเว็บไซต์ล้วนให้บริการในพื้นที่ที่กว้างกว่าในกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายกว่า แต่แบมโฟกลับมองว่าคู่แข่งของเขาจริงๆ คือร้านกาแฟที่ผู้คนชอบไปนั่งทำงานกันอย่าง Starbucks มากกว่า

ทั้งนี้ทั้งนั้นบทเรียนจากสตาร์ทอัปใหม่อย่าง HotelsByDay,  Dayuse และ Recharge ก็คือการนำเอาไอเดียธุรกิจในแบบ Sharing Economy อย่าง “มีอะไรก็อย่าเอาวางไว้เฉยๆ ให้นำออกมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยให้เช่าผ่านบริการของเรา” กลับมาใช้เพิ่มมูลค่าในธุรกิจดั้งเดิมได้ และก็คงจะไม่น่าแปลกใจนักถ้าจะมีสตาร์ทอัปใหม่ๆ หาแนวทางเพิ่มมูลค่ากับสินทรัพย์ที่วางทิ้งไว้ของภาคธุรกิจอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
 
 

Athip Jittarerk

@athipjittarerk

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X