441 VIEWS
BrandThinkBiz

@brandthink(official)

เปิดตัว Grab วิน(มอเตอร์ไซค์) สบายใจกันทุกฝ่าย

May 24, 2017

ไม่ต้องหลบซ่อนกันอีกต่อไปเปิดตัว Grab วิน(มอเตอร์ไซค์) สบายใจกันทุกฝ่าย


หลังจาก Uber และ Grab ฟันฝ่าต่อข้อกฎหมาย และมีปัญหากับผู้ให้บริการรถสาธารณะมาซักพัก ในที่สุด Grab ผู้นำแพลตฟอร์มด้านการขนส่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงก็เปิดตัว Grab Bike (วิน) อย่างเป็นทางการซักที หลายๆ ท่านอาจจะเคยใช้บริการกันบ้างแล้ว เพราะเริ่มเปิดให้ทดลองใช้ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาการเปิดตัวครั้งนี้นับว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Grab และผู้ให้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือที่เราเรียกว่า วินมอเตอร์ไซค์นั่นเอง ซึ่งเป็นการใช้บริการที่ไม่ต้องกังวลถึงปัญหาอีกต่อไป เพราะได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้บริการได้ภายในกรุงเทพฯอย่างถูกต้องแล้ว


ส่วนการใช้งานก็ไม่ได้แตกต่างไปจากฟังก์ชั่นอื่นๆ ของตัวแอปมากนัก คือเริ่มต้นด้วยการเลือกจุดรับส่ง ระบบจะค้นหาผู้ให้บริการพร้อมแสดงรายละเอียดต่างๆ (อยู่ไหนและจะมาถึงเมื่อไหร่) และหลังจากถึงที่หมายแล้ว ผู้ใช้บริการสามารถให้คะแนนพร้อมแสดงความคิดเห็นต่อการบริการครั้งดังกล่าวได้ ส่วนการชำระเงินก็สามารถทำได้ทั้งในรูปแบบของเงินสดและ Grab Pay (ฟังก์ชั่นการชำระเงินในของ Grab ค่าบริการจะถูกหักจากบัตรเครดิต) นับว่าเป็นประโยชน์ของทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการเอง เพราะการมี Grab วิน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ของเหล่าพี่วินมอไซค์ โดยที่ไม่ต้องทำงานหนักมาก
และสำหรับผู้ใช้บริการเอง ก็นับว่าเป็นการใช้งานที่ถูกกฎหมาย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีระบบติดต่อที่ชัดเจน คำนวณราคาได้ ไม่ต้องเดินตากแดดไปเรียกไกลๆ และที่สำคัญผู้ใช้บริการจะมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นการให้บริการแบบมอเตอร์ไซค์ แต่ Grab ยังคงเน้นย้ำถึงเรื่องความปลอดภัย อาทิ คนขับวิน ทุกคนจะมีหมวกกันน็อกให้บริการ และได้รับความคุ้มครองจากประกันอุบัติเหตุกลุ่มโดยไม่เสียค่าบริการอีกด้วย (แอบกระซิบหน่อยว่า Grab จะ Code โปรโมชั่นลดราคามาเรื่อยๆ ถ้าติดตามดีๆรับรองว่า ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปได้เยอะเลย) การพลิกวิกฤตเป็นโอกาสครั้งนี้ของ Grab ถือว่าเป็นการหาทางออกที่ดีและหาช่องการทำเงินไปในเวลาเดียวกัน ของการทำธุรกิจแบบ Sharing Economy ที่ต้องพึ่งพาคนในสังคมเป็นตัวขับเคลื่อน เพราะหลังจากปัญหาความแตกแยกที่ทั้ง Uber และ Grab เผชิญก็น่าจะสร้างความไม่สบายใจให้ทางผู้บริหารอยู่ไม่น้อย เพราะเชื่อว่า ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็คงไม่อยากมีปัญหากับข้อกฎหมาย หรือผู้ให้บริการสาธารณะเดิมอยู่แล้ว และสถานการณ์ตอนนี้ก็ยังดูเหมือนว่ามันยิ่งทวีคูณความแตกแยกขึ้นไปเรื่อยๆ 
ดังนั้น ฟังก์ชั่นนี้จึงน่าจะมาตอบโจทย์ และแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างแท้จริง แต่ส่วนฝั่ง Uber ก็ยังต้องรอดูกันต่อไปอีกว่าจะมีการเคลื่อนไหวใดๆที่จะช่วยแก้ปัญหาธุรกิจ(และสังคม)ในครั้งนี้

** สำหรับค่าบริการ จะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ กรณีไม่เกิน 5 กม. จะเริ่มต้นใน 2 กม.แรก อยู่ที่ 25 บาท หลังจากนั้นคิดที่ 5 บาทต่อ กม.
**ส่วนถ้าเกิน 5 กม. เริ่มต้น 50 บาท (5 กิโลเมตรแรก) จากนั้นระยะทางที่ 5.1-15 กม. คิดที่ราคา 10 บาทต่อกิโลเมตร และถ้าเกิน 15 กม.ขึ้นไปจะคิด 15 บาทต่อกิโลเมตร
Source : Grab



BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X