1,680 VIEWS
BrandThinkBiz

@brandthink(official)

สุดยอด5ตัวช่วยวางกลยุทธ์นักธุรกิจDisruptionต้องรู้

December 18, 2018

สุดยอด 5 แนวคิดตัวช่วยวางกลยุทธ์ที่นักธุรกิจยุค Disruption ต้องรู้
 
สำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบการน่าจะรู้สึกกันดีว่าโลกยุคใหม่ มันเป็นอะไรที่หมุนไว แล้วอะไรก็เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอด แน่นอนว่าการบริหารงานและการเป็นผู้นำก็เช่นเดียวกัน ผู้นำในองค์กรที่ดีควรเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา จับเทรนด์ให้ทัน ศึกษาคู่แข่งอยู่ตลอด เรียนรู้นวัตกรรมและแม้กระทั่งการประเมินโอกาสอย่างหลากหลาย และที่สำคัญทำความเข้าใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
 
จะดีกว่าไหมถ้าคุณได้เรียนรู้กลยุทธ์รูปแบบใหม่ที่จะทำให้ธุรกิจยุค Disruption ของคุณไปไกลและยั่งยืน วันนี้ BrandThink ได้สรุปตัวอย่างแนวคิดมานำเสนอกัน รับรองว่ามีประโยชน์แน่นอน!
 
เรียนรู้จากความผิดพลาด
ตามให้ทันด้วย Zone to Win


หากพูดถึงชื่อแบรนด์ใหญ่อย่าง Blackberry, Nokia, Sun, Netscape, MySpace, Kodak และ Lotus คุณจะนึกถึงอะไร แล้วแบรนด์พวกนี้มีอะไรที่เหมือนกันบ้าง?

เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้กันดีว่าแบรนด์เหล่านี้เป็นแบรนด์ดัง และผลิตภัณฑ์พวกเขาก็เคยเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม แต่ปัจจุบันแบรนด์เหล่านี้กลับล้มหายตายจาก บ้างก็แทบจะปิดบริษัทไปแล้วบ้าง บ้างก็แทบไม่ทำกำไรแล้วบ้าง สิ่งที่เหมือนกันของแบรนด์ดังเหล่านี้ คือ บ้างก็ขาดการคิดค้นพัฒนา บ้างก็ขยับตัวช้า จนตามไม่ทันคลื่นลูกใหม่ หรือที่มีคำในภาษาอังกฤษว่า ‘New Wave’ นั่นเอง

เห็นไหมล่ะครับ ไม่ว่าคุณจะเคยประสบความสำเร็จมากมายแค่ไหน หากคุณไม่รู้จักปรับตัว ไม่รู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ก็ล้มลงได้เช่นเดียวกัน
 
แล้วเราจะทำอย่างไรไม่ให้ประวัติศาสตร์พวกนั้นเกิดขึ้นกับเราล่ะ?
   
หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจที่เหมาะแก่ปรับใช้ในการบริหารธุรกิจก็คือ Zone to Win ของ Geoffrey Moore นักคิดแห่งยุคสมัย จากรั้วมหาวิทยาลัย Standford ที่นอกจากจะเป็นที่ปรึกษาให้หลายธุรกิจระดับโลก ยังเป็นผู้เขียนหนังสือด้านการบริหารและการตลาดชื่อดังหลายเล่ม

โดยผลงานการเขียนของเขาก็เป็นที่โด่งดัง ไม่ว่าจะเป็น Crossing the Chasm หนังสือที่ช่วยแปลงกลยุทธ์การตลาดไปสู่การปฏิบัติที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดเล่มหนึ่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักธุรกิจและ Startup หรือหนังสือ Inside the Tornado ที่อธิบายถึงการวางกลยุทธ์ทางการตลาดจากความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเล่มล่าสุดที่เป็นที่กล่าวขานและโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง Zone to Win สุดยอดแนวคิดที่จะช่วยจัดการธุรกิจและองค์กรในยุค Disruption ให้ประสบความสำเร็จ ผ่านการสร้าง Innovation ในองค์กร


การปรับตัวให้ทันคลื่นลูกใหม่นั้นจำเป็นต้องพิจารณาถึงตัวแปรที่เปลี่ยนแปลงอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น นวัตกรรมใหม่หรือเทคโนโลยีใหม่ที่จะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงไปของพฤติกรรมมนุษย์ เพราะฉะนั้นการปรับตัวในโลกยุค Disruption มัน จึงรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ต่างออกไป พัฒนากระบวนการผลิต หรือแม้กระทั่งพลิกโฉมแนวทางการทำธุรกิจเลยด้วยซ้ำ
 
Geoffrey ผู้มีประสบการณ์ด้านบริหารและเป็นที่ปรึกษา ให้กับ Salesforce,  Microsoft, Intel และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอีกมากมาย จะทำให้คุณรู้จักกับแนวคิด ‘Zones to Win’ ซึ่งสามารถอธิบายปัจจัยที่แบรนด์ใหญ่ต่างตกหลุมพรางและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพัฒนาต่อได้สักที หากใครมีโอกาสได้เรียนรู้ทฤษฎีนี้ คุณจะเข้าใจถึงประเด็นที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ที่พ่ายแพ้  เพื่อรับมือไม่ให้มันเกิดขึ้นกับแบรนด์คุณเอง กรณีศึกษาเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจปัญหา และทักษะในการพัฒนาแนวทางสู่คลื่นลูกใหม่ และอยู่ในโลกยุค ​Disruption ได้อย่างทรงพลัง
 

Design Thinking
ออกแบบความคิดและนวัตกรรมบันดาลใจ


ในวันที่นวัตกรรมเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง หันไปทางไหนคนก็พูดถึงแต่นวัตกรรม คนก็พูดถึง Design Thinking แล้วแท้จริงแกนหลักของการออกแบบความคิดมันเป็นอะไรกันแน่
 
Design Thinking เป็นการคิดเชิงออกแบบและกระบวนการทำงาน ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านกระบวนการออกแบบความคิดที่ประยุกต์นำความคิดสร้างสรรค์ มุมมองที่แตกต่างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้านั่นเอง โดยการออกแบบความคิดเหล่านี้เป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ช่วยสร้างสรรค์นวัตกรรมให้องค์กรระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง
 
Design Thinking ไม่ใช่แค่กระบวนการคิดให้ได้ไอเดียเท่านั้น แต่ต้องสามารถนำไปต่อยอดจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ unmet needs ของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง
 
โดยหากพูดถึง Design Thinking หลายคนก็มักจะพูดถึงชื่อ Bill Burnett กูรูคนสำคัญในแนวคิดอันนี้ แล้วเขาคือใครกัน?
 
Bill Burnett ดำรงตำแหน่งเป็น Executive Director ของ Design Program ที่ Stanford ได้รางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์มากมาย ทั้ง Apple PowerBooks  สิทธิบัตรด้านเครื่องกลและการออกแบบ รางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงผลงานเขียนหนังสือเล่มดังอย่าง Designing your life และมีโอกาสได้พูด บนเวที TedxStanford ในหัวข้อเดียวกันนี้ด้วย
 
เพราะฉะนั้น เราคงสรุปได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในสุดยอดนักคิด และเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง Design Thinking และการสร้างนวัตกรรม อย่างแท้จริง
 
Design Thinking ที่ทรงประสิทธิภาพจะทำให้คุณเข้าใจบทบาทการเป็นผู้นำที่ต้องพัฒนานวัตกรรมและเรียนรู้การคิดเชิงออกแบบ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ทรงพลัง ความคิดเหล่านั้นจะปลดล็อคขีดจำกัดแห่งความสร้างสรรค์ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำงานอยู่ในธุรกิจไหนก็ตาม

 
 
 
โลก Disruption ที่เปลี่ยนไป ‘ภาวะผู้นำ’ ก็ต้องเปลี่ยนแปลง
 
สำหรับการเป็นผู้นำแล้ว เชื่อว่าหลายท่านคงผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์หรือผ่านทฤษฎีต่าง ๆ กันมาบ้าง แต่สำหรับโลกยุคใหม่ที่อะไรก็เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรม ความคิด หรือแม้กระทั่งช่วงวัยของคนทำงาน เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับกันตามตรงว่าการเป็นผู้นำแห่งศตวรรษที่ 21 ต้องการการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการกระตุ้นทีม การนำเสนอ การให้คำปรึกษา และปรับเปลี่ยนการทำงาน
 
อย่ามัวคิดว่าการบริหาร หรือการนำแบบเดิมจะเป็นอะไรที่มีประสิทธิภาพตลอดไป เพราะอย่างที่เรากล่าวไป สิ่งสำคัญแห่งโลก Disruption คือการเรียนรู้ ปรับตัว และเปลี่ยนแปลงนั่นเอง
 
ผู้นำทางความคิดคนสำคัญที่ทำให้เรารู้จักกับแนวคิดนี้ก็คือ Huggy Rao ศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมองค์กรและทรัพยากรมนุษย์ (Professor of Organizational Behavior and Human Resources) จะมาไขข้อสงสัยและจะทำให้คุณเข้าใจการเป็นผู้นำแห่งของ Disruption คุณควรบริหารงานอย่างไร AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญบ้างไหม ควรนำทีมอย่างไร แล้วมีอะไรในโลกใบใหม่ที่กำลังเปลี่ยนไปบ้าง
 
หนังสือชิ้นล่าสุดของเขา Scaling Up Excellence ที่ร่วมเขียนกับ Robert Sutton เป็นหนังสือที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังสือด้านธุรกิจที่ดีที่สุดในปี 2014 ได้รับการการันตีจาก Financial Times, Inc, Amazon, Forbes, Washington Post และ Library Journal ที่สำคัญเป็นหนึ่งในหนังสือที่ขายดีที่สุดของ Wall Street Journal อีกด้วย
 
ผลงานและงานวิจัยของเขาได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารมากมาย โดยหนึ่งในแนวคิดสำคัญของเขาก็เป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์กรชั้นนำของโลก ที่ยึดความต้องการของลูกค้าและการออกแบบองค์กรเป็นหัวใจสำคัญ ยังรวมถึงการทำงานร่วมกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรหลากหลายที่

 

 
นวัตกรรมด้านโมเดลธุรกิจ (Business Model Innovation)
 
ทราบกันหรือไม่ครับว่า สำหรับนักธุรกิจรายใหญ่หรือผู้นำแบรนด์ขนาดยักษ์ไม่ได้เกรงกลัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หรือการบริการที่แตกต่างออกไป แต่พวกเขากลัว ‘รูปแบบใหม่ของการทำธุรกิจ’ ต่างหาก เพราะถ้ามีโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ อาจจะทำให้ทั้งอุตสาหกรรมที่สร้างกันมาล้าสมัยเลยก็ไม่ได้ เพราะนวัตกรรมมันไม่ได้เป็นแค่เรื่องผลิตภัณฑ์หรือบริการ
 
อาจจะยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่ลองนึกภาพรูปแบบธุรกิจอย่าง Amazon ไปจนถึง Airbnb หรือ Uber ก็ได้ครับ การเข้ามาของ Airbnb ส่งผลกระทบมหาศาลต่อธุรกิจที่พักและโรงแรม การมีตัวตนของ Uber ทำให้ธุรกิจแท็กซี่ต้องเดือดร้อน
 
จริง ๆ มันไม่ใช่เปลี่ยนอุตสาหกรรมบางอุตสาหกรรม แต่มันทรงพลังมากถึงการเปลี่ยนระดับองค์กรหรือประเทศกันเลยทีเดียว อย่างที่บ้านเราก็ต้องมีการทำข้อตกลงร่วมหรือการหาเงื่อนไขมาดูแลควบคุมกันเลยด้วยซ้ำ... และนี่แหละ คือภัยคุกคามที่แท้จริง
 
หากใครอยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมด้านโมเดลธุรกิจ แนะนำให้ลองไปอ่านงานของ Haim Mendelson ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Professor of Electronic Business and Commerce) ที่ Stanford Graduate School of Business เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัททางการเงินและเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายที่ ซึ่งจะมาทำให้เราเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวนี้มากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการสำรวจแนวโน้มของการเจริญเติบโตทางนวัตกรรม การประเมินความเสี่ยง และวิธีการพัฒนาโมเดลธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้แบบยั่งยืน!

 
 

 ที่สุดของแนวคิดการประเมินโอกาส 
 ด้วย The 6W Framework
 

อย่างที่เราทราบกันดี โอกาสนับว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกหนทุกแห่ง แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจับต้องมันได้หรือไม่ หรือจะจับต้องมันอย่างไร แต่ไม่ใช่แค่การมองหาโอกาส แต่มันยังรวมถึงการประเมินโอกาสที่จะสำเร็จ ที่จะชนะในสงครามนั้น ๆ อย่างชาญฉลาดอีกด้วย
ที่มาภาพ: https://rev.stanford.edu/faculty
 
สำหรับประเด็นนี้เราขอแนะนำแนวคิด 6W Framework ในการประเมินโอกาสทางธุรกิจ ของ Pedram Mokrian และ Mike Lyons ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัย Stanford และนักคิดด้านการพัฒนาองค์กรในยุค Disruption ที่ทั่วโลกต่างยอมรับ เป็นดั่งผู้ผ่านประสบการณ์การสอนบริษัททั่วโลกกว่า 1,000 บริษัท และนี่ก็คือแนวคิดที่สรุปออกเป็น 6 คำถามสำคัญที่คุณและองค์กรจะต้องตอบตัวเองให้ได้ !
 
The 6W Framework
1.Why –  ทำไปทำไม เราได้รับแรงบันดาลใจมาจากอะไร คุณจะเข้ามาแก้ปัญหาอะไรของผู้ใช้
2.What – สิ่งที่คุณจะนำเสนอสู่ตลาดคืออะไร
3.Where – ตลาดของคุณคือที่ไหน
4.How – โมเดลธุรกิจเป็นอย่างไร
5.When – มีเทรนด์ไหนไหมที่สนับสนุนไอเดียของคุณ
6.Who – ทีมงานของคุณเป็นใคร
 
อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านก็คงจะสนใจในเนื้อหาและความรู้ของกูรูแต่ละท่านกันแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ทุกคนก็เป็นอาจารย์ระดับโลกที่สอนอยู่ตามมหาวิทยาลัยดังๆ คงเป็นเรื่องยากที่เราจะมีโอกาสได้เรียนหรือร่วมพูดคุยกัน
 
แต่วันนี้นับว่าเป็นโอกาสอันดีงามของผู้บริหารและผู้นำทุกท่านที่จะได้ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุด Exclusive ที่ขอยืนยันว่าคุณจะไม่มีทางหาได้จากที่ไหน หลักสูตร Leading in a Disruptive World (LDW) รุ่นที่ 4 ซึ่งมีผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำเข้าร่วมหลักสูตรนี้มาแล้วกว่า 100 คน หนึ่งในสุดยอดหลักสูตรที่รวบรวม Professor ระดับ Rock Star จากมหาวิทยาลัย Stanford มารวมกันไว้ที่นี่
 
มาร่วมทำให้โลก Disruption เป็นโลกแห่งโอกาส มาเตรียมความพร้อมกับการสุดยอดนักคิดแห่งยุคสมัยจาก Stanford และ Silicon Valley ศูนย์กลางด้านนวัตกรรมของโลก
 
การวิ่งตามอนาคตอาจจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การก้าวนำอาจจะทำให้คุณโดดเด่นและแตกต่างกว่า หากใครสนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.seasiacenter.com/ldw
 
เขียน: ชัยยะ ฤดีนิยมวุฒิ ภาพประกอบ: กรวิทย์ แก้วสตรี



BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X