55,962 VIEWS
BrandThinkBiz

@brandthink(official)

สกุลเงินดิจิทัลจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เราไปอย่างไรบ้าง

January 13, 2018

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวเรื่องการลงทุนหรือแวดวงการเงินกันมาบ้าง คงจะได้รู้เรื่องราวของเจ้า Bitcoin หนึ่งในสกุลดิจิทัลกันดี ซึ่งตอนนี้ ราคาของมันต่อ 1 BTC ก็อยู่ราว 450,000 บาทกันไปแล้ว (เรต ณ วันที่ 10 มกราคม 2561) ซึ่งในแง่ของการลงทุนนับว่าเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างเสี่ยงสูงแต่อย่างไรก็ตามผลตอบแทนก็สามารถมาในจำนวนมหาศาลเช่นกัน
 
ต้องขออธิบายให้เข้าใจก่อนว่า บนโลกนี้มีสกุลเงินดิจิทัลหลากหลาย โดยแต่ละสกุลก็จะทำหน้าที่แตกต่าง ซึ่ง Bitcoin ที่เราคุ้นหูคุ้นตากันดี ก็เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลเท่านั้น ซึ่งสกุลเหล่านี้จะมีข้อจำกัดหรือคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป

 
อย่าง Bitcoin เองถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้เป็นสกุลเงินในการแลกเปลี่ยน โดยไม่มีธนาคารหรือกลุ่มบุคคลใดเป็นเจ้าของ ซึ่งจะอนุญาตให้คนทั่วโลกมีส่วนร่วมในการยืนยันข้อมูลการถ่ายโอนเงินระหว่างบัญชี (หรือที่เรากันว่าการขุด Bitcoin นั่นเอง)
 
จริงๆ แล้วสกุลเงินดิจิทัลที่โด่งดังนอกเหนือจาก Bitcoin ก็จะเป็นเหล่า Ethereum Ripple Litecoin หรือตัวลูกอย่าง Bitcoincash ซึ่งนับว่าสามารถใช้งานได้จริงและร่วมถึงสามารถเป็นชอยส์ของการลงทุนได้อีกด้วย
หลายท่านอาจจะยังหวาดกลัวเพราะสกุลเงินเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงตัวเลขลอยๆ ที่จับต้องไม่ได้เอาเสียเลย แต่อยากลองมองกลับไปเหล่า ‘ธนบัตร’ ดู เพราะเอาเข้าจริง แบงก์เหล่านั้นก็เป็นเพียงกระดาษที่รัฐบาลประเทศต่างๆให้มูลค่ากับมันเท่านั้นไม่ใช่หรอ กระดาษยังมีมูลค่าและมีอิทธิพลขนาดนั้นได้ แล้วโลกดิจิทัลอย่างปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้นสกุลเงินเหล่านี้นั่นแหละครับ
 
พอเจ้าพวกนี้กำเนิดขึ้นมา มันจะส่งผลอะไรกับเราบ้าง?
 
โดยเจ้าสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้แหละ จะเข้าเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ในยุคใหม่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ถึงแม้คุณจะไม่ใช่นักลงทุนหรือผู้เทรดสกุลเงินก็ตาม
 
ประเด็นที่ 1 - รูปแบบการใช้จ่ายจะเปลี่ยนไป เราอาจจะไม่ต้องใช้เงินบาทในการซื้อข้าวของ อาจจะไม่ต้องใช้ดอลลาร์ในต่างประเทศ อาจจะยึดเงิน Bitcoin อย่างเดียวแล้วใช้จ่ายทุกอย่างได้ทั่วโลก วันนึงคุณอาจจะจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวราดแกงด้วย Bitcoin ก็เป็นไปได้ (ซึ่งก็เป็นไปแล้ว เพราะผู้ประกอบการบางแห่งในต่างประเทศก็เริ่มรับสกุลเงินดิจิทัลในการใช้จ่ายค่าบริการ)
 
ประเด็นที่ 2 - ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สกุลเงินที่ไม่ขึ้นตรงโดยใคร อย่าง Bitcoin เองเป็นสกุลเงินที่ไม่ได้ขึ้นตรงหรือครอบครองโดยใคร การโกงเกิดขึ้นได้ยากเพราะมี Blockchain ตัวกลางในการเก็บข้อมูล ทำงานง่าย มีสมาร์ตโฟนเครื่องเดียวก็สามารถจัดการธุรกรรมในโลกดิจิทัลได้เกือบหมดแล้ว แถมรวดเร็วกว่า และค่าธรรมเนียมถูกกว่า (หากเปรียบกับการโอนเงินหรือเทรดเงินสกุลระหว่างประเทศ)
 
ขอขยายความกับคำว่า Blockchain กันแบบกะทัดรัดสักหน่อย Blockchain คือนวัตกรรมที่จะทำให้ธุรกรรมเป็นเรื่องที่น่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะเราไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่ 3 ได้การคอนเฟิร์มธุรกรรมได้โลกออนไลน์ เพราะ Blockchain จะอนุญาตให้ธุรกรรมออนไลน์ของเราสามารถแชร์หรือตรวจสอบจากใครในโลกก็ได้ ฟังดูไม่น่าเชื่อถือใช่ไหมล่ะ ในทางกลับกันเพราะมันสามารถแชร์ไปได้ทั่วโลกนี่แหละ ทุกคนจึงมีส่วนร่วมตรวจสอบ Transaction โดยธุรกรรมจะผ่านได้จะต้องได้รับการคอนเฟิร์มจากคนส่วนใหญ่จะระบบเสียก่อน
 
แต่อย่าจำสับสนกันระหว่างสกุลเงิน Bitcoin กับตัว Blockchain ถึงแม้มันจะเกี่ยวข้องและใกล้ชิดกันมาก แต่ Bitcoin เป็นส่วนนึงของสกุลเงินที่เทรดกันใน Blockchain และแน่นอนมันสามารถนำตัว Blockchain นี้ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ ได้อีกด้วย (มันไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อรับส่งโอนสกุลเงินดิจิทัลอย่างเดียว)


 
ประเด็นที่ 3 - การระดมทุนจะเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น ไม่แน่ใจว่าผู้อ่านจะเคยได้ยินกับคำว่า Initial Coin Offering (ICO) กันหรือไม่ เพราะเจ้า ICO นี่แหละ จะเปลี่ยนแนวทางแห่งการระดมทุนในโลกดิจิทัลไปเลย

ถ้าจะมองง่ายๆ ICO จะทำงานคล้ายระบบ Crowd funding นั่นแหละแต่ทางโครงการต่างๆ จะสร้างสกุลเงินของตัวเองขึ้นมาเพื่อขายต่อสาธารณะ แล้วนำเงินที่ได้รับมาไปสานต่อโครงการ โดยหนึ่งในสกุลเงินที่โด่งดังอย่าง Etherium ก็ใช้วิธีนี้จนประสบความสำเร็จเช่นกัน
 
ส่วนหากใครตามมาเรื่อยๆ จะเข้าใจว่าวิธีมันเป็นที่นิยมมากจนมีโครงการดิจิทัลต่างๆ สร้างสกุลเงินดิจิทัลขึ้นมาเพื่อระดมทุน จนมีสกุลเงินอยู่มากมายเต็มไปหมด
 
จนทำให้ ICO ก้าวสู่ยุคที่ 2 คือการพึ่งพาสกุลเงินที่ดังอยู่แล้ว แต่ก็ทำสกุลเงินของตัวเองให้เป็นส่วนหนึ่งของเงินสกุลใหญ่และปรับเปลี่ยนให้มันเป็น Token และเอาไปขายต่อสาธารณะเพื่อระดมทุนต่อนั่นเอง
 
ประเด็นที่ 4 - การใช้ชีวิตจะสนุกมากยิ่งขึ้น ต่อจาก ICO เราขอพูดถึงคำว่า Gamification กันหน่อย อย่างเพิ่งตรงใจ เจ้าคำยากๆ นี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะมันมาจากคำว่า ‘GAME’ ที่เราคุ้นเคยนั่นเอง นวัตกรรมใหม่นี้จะทำให้เราได้ใช้ชีวิตเฉกเช่นเล่นเกมอยู่ตลอดเวลา
 
แล้วการใช้ชีวิตจะเป็นเหมือนการเล่นเกมได้อย่างไร?

 
Gamification ก็คือการลอกเลียนรูปแบบการทำงานของ ‘เกม’ มาใช้ในนวัตกรรม Blockchain นั่นแหละ
 
โดยจุดเด่นของมันก็คือจะอนุญาตให้คนในสังคมได้ปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน และนับว่าเป็นทางเลือกใหม่ที่แพลตฟอร์มต่างๆเลือกที่จะนำมาใช้เป็นจุดเด่นใน โดยส่วนตัวเชื่อว่าเจ้า Gamification จะมีบทบาทสำคัญมากในเชิงการตลาดและการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาสู่แพลตฟอร์มของตน
 
นึกไม่ออก? ไม่เข้าใจ?


ถ้าใครนึกไม่ออกเรามีตัวอย่างที่น่าสนใจมานำเสนอ โดยแอปป์ แนวใหม่ก็เริ่มที่จะนำ Gamification และ ICO มาใช้กันแล้ว อย่าง HotNow
 
HotNow เป็นแอปป์ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้เพราะรวบรวมเอาโปรโมชันและข้อเสนอดีๆ ต่างๆ ไว้มากมาย ทำให้การซื้อของ ทานอาหารหรือชอปปิงเป็นเรื่องที่สะดวกและคุ้มค่ามากยิ่ง
 
แต่ถ้าเป็นแอปป์ ธรรมดาเราคงไม่พูดถึง แต่ HotNow ได้นำเอา Blockchain เข้ามาร่วมด้วย และมันทำให้แอปป์นี้มีลูกเล่นมากขึ้นไปอีกระดับ โดย Blockchain ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมาจะทำงานผ่านตัว Token อย่าง ‘HoToKeN’ มาใช้เป็นตัวดำเนินกลไก
 
ก่อนจะข้ามไปอธิบาย HoToKeN เราขอแอบกระซิบหน่อยว่า แอปป์ได้นำเอา Gamification เข้ามาใช้อีกด้วยนะ ล้ำมากเลยใช่ไหมล่ะ
 
โดย Gamification เข้ามาเป็นกลไกในการแลกรับ ‘HoToKeN’ หรือ Token ที่ถูกสร้างมาเพื่อแพลตฟอร์ม HotNow โดยเฉพาะ ซึ่งเจ้า HoToKeN นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ตลาดเกิดการจับจ่ายใช้สอยที่สะดวกและจำนวนมากยิ่งขึ้น
 
พูดง่ายๆ HoToKeN จะทำงานคล้ายๆ แต้ม
 
1. ผู้ใช้สามารถนำ HoToKeN ไปแลกรับโปรโมชั่นจากร้านค้าต่างๆ ได้ ซึ่งทางแบรนด์และธุรกิจต่างๆ จะเป็นผู้กำหนด ‘จำนวน’ ของ HTKN ที่จะใช้แลกรับสิทธิ์ด้วยตนเอง
 
2. ยังสามารถใช้เจ้า HoToKeN ในการใช้จ่ายแทนเงินได้อีกด้วย (เป็นเหมือน payment option)
 
3. โดยจะมีแต้มย่อยอย่าง HotPoints เพื่อทำให้การใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น การใช้งานหรือเมื่อสินค้าบริการต่างๆ จะได้รับ HotPoints มาจำนวนนึง และเมื่อ HotPoints ถึงจำนวนที่กำหนด ผู้ใช้งานจะได้รับ HoToKeN เป็นรางวัลตอบแทน
 
4. ซึ่ง HotPoints จะเป็นดั่งแต้มที่มาใช้ในเชิง Gamification ผู้ใช้งาน HotNow สามารถใช้ HotPoints ในการเล่นเกมและ/หรือซื้อขายไอเทมต่างๆ ในฟีเจอร์เกมส์ต่างๆ บนแอปป์ (เล่นเกมชนะก็ได้คะแนนมากขึ้น)
 
ตัวอย่างรูปแบบฟีเจอร์ต่างๆ
 
1. ไปรับสิทธิ์ตามสาขาที่ระบุไว้ตามเงื่อนไข รับไปเลย 5 HTKN
2. ซื้อเมนู Special of the day จากทางร้าน รับไปเลย 3 HTKN
3. มาซื้อของที่ร้านเกิน 500 บาทภายใน 6 ชั่วโมงที่เห็นโปรโมชั่นนี้ รับไปเลย 10 HTKN
 
เห็นไหมล่ะครับ ใช้ชีวิตเหมือนเล่นเกมเลยใช่ไหมล่ะ
 
แล้วผู้ใช้จะได้รับอะไรจากระบบเหล่านี้?
 
หากย้อนมาที่ตัวผู้ใช้เองนอกจากความสนุกสนานและความท้าทายที่จะได้รับแล้ว ผู้ใช้เองยังจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆในการใช้ชีวิตที่มาพร้อมโปรโมชั่นมากมายที่ทาง HotNow ดีลไว้กับร้านค้าต่างๆ การใช้ชีวิตจะง่ายขึ้นอย่างแน่นอน อย่าง HotNow ก็มีโปรโมชั่นไว้กับหลายร้านค้า
 
การมาถึงของสกุลเงินดิจิทัล กำลังจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เราเคยเข้าใจ
 
สุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินดิจิทัล, Initial Coin Offering (ICO), Blockchain, Gamification หรือตัวแอปป์ อย่าง HotNow เอง จะนำเสนอประสบการณ์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่กำลังจะเต็มรูปแบบมากขึ้นในอนาคต เพราะเชื่อเลยว่า แพลตฟอร์มต่างๆ จะเริ่มทยอยนำเทคโนโลยี Blockchain และ Gamification มาใช้อย่างแน่นอน
 
ถ้าคุณผู้ประกอบการ การศึกษาเรื่องราวหรือตัวอย่างอย่าง HotNow เหล่านี้ไว้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพราะคุณอาจจะต้องนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจคุณสักวันใดวันหนึ่งแน่นอน
 
ส่วนตัวผู้ใช้ ถ้าลองนั่งอ่านอาจจะเกิดความงุนงงอยู่บ้างแต่ขอรับรองเลยว่า ถ้าได้ลองใช้จริงคุณจะต้องติดใจกับความล้ำสมัย และบางทีไลฟ์สไตล์ของคุณอาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้ เพราะนวัตกรรมเหล่านี้จะทำให้คุณเต็มที่กับชีวิตได้มากขึ้น สนุกกับมันได้มากขึ้น คุ้มค่ากับมันได้มากขึ้นกับไลฟ์สไตล์ใหม่แห่งโลกอนาคต

เรื่อง: ชัยยะ ฤดีนิยมวุฒิ ภาพประกอบ: นิธินาถ เชิดชัยศรีพงศ์
ขอบคุณภาพจาก: Blockgeeks, Howardmarks, Mycustomer



BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X