1,613 VIEWS
BrandThinkBiz

@brandthink(official)

มาเฟียคืนวงการ! Netflix หนุนหลังหนังใหม่สกอร์เซซี

February 27, 2017


สําหรับคอหนังมาเฟีย ถือว่าเป็นข่าวใหญ่และข่าวดีชนิดต้องเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เพราะ Nextflix เว็บไซต์ดูหนังผ่านระบบสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศตัวเป็นผู้ถือสิทธิ์ในการจัด จําหน่าย The Irishman หนังแนว Mob Film (หนังแนวเจ้าพ่อแก๊งสเตอร์) ของผู้กํากับมาร์ติน สกอร์เซซี หลังจากปั้นโปรเจ็กต์มาตั้งแต่ปี 2010 และหวังจะฉายในปี 2015 ที่ผ่านมา แต่ต้องโดนเท เพราะค่ายหนังพาราเมาต์ พิคเจอร์ส เจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมขอถอนตัว ด้วยเหตุว่างบประมาณสร้างสูงเกินไป (งบที่คาด การณ์กันไว้มีสิทธิ์แตะถึง 100 ล้านเหรียญ!) แถมหนังเรื่อง Silence ที่สกอร์เซซี กํากับก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยทํารายได้ (นั่นก็งบสร้าง 40 ล้านเหรียญ แต่ทําเงินรอบโลกได้แค่ 5 ล้านกว่าเหรียญ) ยังไม่พอ บริษัทแม่ของพาราเมาต์ก็กําลังประสบปัญหาภายในจนต้องเปลี่ยนผู้บริหาร การเข้ามาของ Nextflix จึงไม่ต่างอะไรกับพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยลุงเลยแหละ



แล้วทําไมต้องตื่นเต้น?
เพราะหลังจากร่วมกันสร้างผลงานระดับตํานานอย่าง Casino ในปี 1995 สกอร์เซซี และนักแสดงรุ่น เก๋าอย่าง โรเบิร์ต เดอ นีโร และ โจ เปสชี ก็ยังไม่เคยกลับมาเจอกันอีกเลย แต่ใน The Irishman นี้ เดอ นีโร จะโคจรมาปะทะกับ อัล ปาชิโน แม้ว่าเปสชีที่ทางทีมงานคาดหวังอยากให้มาร่วมแสดงด้วยจะยังไม่มีทีท่าจะตอบตกลง แต่ดูแค่ชื่อสองเสือเฒ่า บวกทั้งเครดิตความคร่ำหวอดในการกํากับหนังเจ้าพ่อของสกอร์เซซีเอง ก็ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติที่นักวิจารณ์หนังคาดหวังและคนรักหนังแก๊งยังเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่ออยู่ดี


The Irishman เป็นหนังที่สร้างจากหนังสือขายดี ชื่อ I Heard You Paint ของชาร์ล แบรนดต์ เล่าถึงแฟรงค์ “เดอะ ไอริชแมน” ชีราน ทหารผ่านศึกชาวไอริช ที่แบรนดต์เป็นทนายในคดีช่วงที่ชีรานเสียชีวิต ในปี 2003 สําหรับเวอร์ชันหนัง เดอ นีโร จะรับบทเป็นแฟรงค์ ส่วนปาชิโน รับบทเป็นจิมมี ฮอฟฟา คู่กรณีและผู้ต้องหาว่าเป็นฆาตกร โดยจะใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกแปลงโฉมให้ทั้งคู่ดูเด็กลงไปอีกถึง 30-40 ปี


สําหรับ Netflix คนไทยคงคุ้นเคยอยู่บ้างในฐานะเว็บดูหนัง แต่จริงๆ แล้วระยะหลังมานี้ Netflix ถูกจัดให้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของค่ายหนังในอเมริกาเพราะแย่งชิงฐานคนดูกันอย่างดุเดือด กล่าวคือแทนที่คนจะซื้อตั๋วเข้าโรงแบบเดิมๆ ก็เปลี่ยนมาจ่ายรายเดือนและดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่าน Netflix แทน แต่ด้วยต้นทุนที่ต้องซื้อลิขสิทธิ์หนังมาจากค่ายทําให้ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล Netflix จึงพยายามผลิตคอนเทนต์ใหม่ๆ ขึ้นเป็นของตัวเอง อย่าง Orange is the New Black และ House of Cards ซึ่งเป็นซีรีส์ฮิตติดลมบนสุดๆ และได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากมาย


ไม่พอ Netflix ยังติดต่อซื้อหนังจากเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ปีล่าสุดไปถึง 14 เรื่อง จับมือกับผู้กํากับและนักแสดงอย่าง อดัม แซนด์เลอร์ และแบรด พิตต์ ร่วมกัน สร้างหนังของตัวเอง ติดต่อกับทีมผลิตหนังโดยตรงแบบไม่ผ่านค่าย และถึงขนาดฉายบนเว็บพร้อมโรงหนังจริงก็เคยมาแล้ว แม้ความเห็นส่วนใหญ่จะบอกว่า ภาพบนจอในโรงหนังนั้นเหมาะสมสวยงามกว่า แต่ดู จากยอดวิวนับล้านบนเว็บไซต์ ก็บอกได้เลยว่า นี่คือก้าวย่างที่น่าจับตามอง ตอบสนองวิถีแห่งโลกดิจิทัลที่ทุกคนล้วนก้มหน้าดูมือถือและหน้าจอกันมากขึ้น และอาจส่งผลต่อคนและงานในโลกธุรกิจภาพยนตร์ได้อีกมากมายในอนาคต


เรื่อง: พิมพ์รัก ชัยกุล  ภาพ: นิธินาถ เชิดชัยศรีพงศ์
อ้างอิงข้อมูลและภาพ : digitaltrendsimdb

 



BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X