1,861 VIEWS
BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ปรากฏการณ์ GURU

May 31, 2018

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมได้เฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย และมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจมาก

เนื่องจากมีผลกับ Inside ของคนไทยมากเหลือเกิน โดยเฉพาะคนที่มีลักษณะ “อยากรวย” จนทำให้ผมนึกสงสัยว่า เอ๊ะ...คนเหล่านี้กำลังเล่นกับจุดอ่อนของคนที่อยากรวยอยู่หรือเปล่า

ประเด็นที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นั้นคือ “ปรากฏการณ์ GURU”

ปรากฏการณ์ GURU คืออะไร?

หากให้ขยายความคำว่า GURU สำหรับผมความหมายคือ ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้รู้จริงในเรื่องนั้นๆ และผู้คนส่วนใหญ่ต่างให้การยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ที่ผมต้องใช้คำว่าปรากฏการณ์ GURU เพราะ  GURU ได้เกิดขึ้นมากเหลือเกินในเมืองไทย

และสิ่งที่ผมอยากรู้มากที่สุด คือ เหล่า GURU ที่เกิดขึ้นมามากมายนั้น เป็นของจริง หรือ ของปลอม กันแน่?

บางคนสถาปนาตนเองขึ้นเป็นระดับครู อาจารย์ ทั้งๆ ที่เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ บางคนใช้เทคนิคการสร้างตัวตน (Personal Branding) โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นสื่อบ้างล่ะ การเขียนหนังสือบ้างล่ะ และที่สำคัญเหล่า GURU ทุกคนจะมีวลีเด็ดๆ ที่กระตุ้นกิเลสมนุษย์ให้เกิดความอยากรวย เช่น “สร้างเพจโดยไม่ต้องใช้เงินสักบาท” “กฎแรงดึงดูดของจักรวาล สร้างความรวย” “เสกเงินล้านด้วยปลายนิ้ว” เป็นต้น

แต่วลีที่เด็ดโดนใจผมมากเลยคือ “ไม่ต้องลำบากก็สำเร็จได้” พอได้ยินปุ๊บผมก็รู้ได้ทันทีเลยครับว่า…คนนี้ของปลอม ทำไมเหรอครับ เพราะบนโลกใบนี้ไม่เคยมีหลักสูตรหรือกฎเกณฑ์บันทึกไว้ว่าถ้านั่งอยู่เฉยๆ แล้วความสำเร็จจะมาหาเราได้

มีที่ไหนกันไม่ลำบากก็สำเร็จได้ ขนาดทำงานยังต้องลงแรง นอกเสียจากว่าฐานะทางบ้านร่ำรวยจริงๆ แปลว่าเหล่า GURU พวกนี้กำลังขายฝันให้กับคนที่กำลังขาดแรงบันดาลใจ ขาดเป้าหมายในชีวิตและอยู่ในช่วงที่สภาพจิตใจขาดที่ยึดเหนี่ยว แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ GURU เหล่านี้จะมี Business Model ในการสร้างรายได้ให้กับตนเองเหมือนๆ กัน คือ การขายคอร์สสัมมนา ซึ่งเป็นคอร์สในลักษณะนำพาไปสู่ความร่ำรวย โดยใช้การสร้างภาพให้ดูน่าเชื่อถือ

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้อ่านกระทู้หนึ่งเกี่ยวกับอาจารย์ในแวดวงการศึกษาได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับวงการ GURU ซึ่งน่าสนใจมาก (ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อกระทู้นะครับ) และผมขอหยิบยกใจความสำคัญส่วนหนึ่งของกระทู้นี้เพื่อเป็นกรณีศึกษา โดยในกระทู้ได้กล่าวไว้ว่า

มีอาจารย์ในแวดวงการศึกษา มองกระแสดังกล่าวว่า...จากกลุ่มคนที่ต้องการจัดสัมมนาเพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ตัวเอง

"การสร้างภาพให้ดูน่าเชื่อถือ" ดูจะเป็น key of success ของธุรกิจสัมมนาที่กำลังแข่งกันจัด แข่งกันเปิดอบรมในขณะนี้กันเลยทีเดียว ซึ่งผู้ที่คิดจะจัดสัมมนาส่วนใหญ่จะใช้แนวคิดในการสร้างภาพแบบนี้ในการปูทางไปสู่การเปิดคอร์สสัมมนา

วิทยากรหน้าใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายในช่วงเวลานี้ จนเป็นเรื่องที่น่าสงสัยกันว่าคนเหล่านี้มาจากไหนกัน บางคอร์สเก็บค่าเข้าสัมมนากันแพงมาก...จนคนด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ผู้จัดสัมมนาก็ไม่แคร์สื่อ ตะบี้ตะบันจัดออกมากันทุกเดือน เงินค่าสัมมนาก็ไม่ใช่น้อยๆ และที่ยิ่งน่าสงสัยก็คือ...ถ้าเรามองให้ลึกกันเข้าไปอีก...เราจะเกิดข้อสงสัยที่ว่า วิทยากรเหล่านั้นบอกว่า ต้องการให้ความรู้ แต่ทำไมต้องเก็บค่าเรียนแพงจนน่าตกใจถึงขนาดนั้น!

ถ้าจะอ้างว่ามันมีต้นทุนเรื่องสถานที่ (ซึ่งมองยังไงก็ไม่น่าใช่ เพราะค่าเช่าสถานที่กับยอดรายได้ที่เก็บได้จากการจัดสัมมนาแต่ละครั้ง ดูแล้วรายได้จากการจัดสัมมนาที่ได้รับนั้นมันเยอะมาก!)

สำหรับปัญหาที่ผู้จัดสัมมนาอ้างว่ามีค่าเช่าสถานที่ แล้วจึงต้องเก็บค่าเข้าสัมมนาแพงๆ ตรงนี้มันแก้ได้นะครับ เพราะสมัยนี้มี YouTube ถ้าวิทยากรทั้งหลายตั้งใจจะให้ความรู้จริง ทำไมไม่ทำคลิปแล้วอัพขึ้น YouTube เพื่อเผยแพร่ให้คนส่วนใหญ่ได้ศึกษากันล่ะ!

มันจึงเกิดคำถามที่น่าสนใจที่ว่า วิทยากรเหล่านั้นต้องการขายคอร์สเพื่อเอาเงินมากกว่าที่จะให้ความรู้หรือเปล่า? แล้วเอาอะไรมาเป็นหลักคิดในการตั้งราคาเข้าสัมมนาที่สูงลิบลิ่วแบบนี้…

มาถึงจุดนึ้ทำให้ผมคิดว่าคนที่มาทำคอร์สสัมมนาสอนคนให้รวยเงินล้านเนี่ย “คนสอนรวย” หรือ “คนมาเรียนรวย” กันแน่?

ในโลกแห่งความเป็นจริงมันช่างโหดร้ายเหลือเกิน...

ซึ่งในบทความนี้ผมไม่ได้พูดถึงทุกคนที่เป็นผู้จัดคอร์สสัมมนาหรือผู้เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจนะครับ เพียงแค่อยากให้ผู้อ่านได้ตระหนักและศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกใครสักคน เพราะผมไม่อยากสนับสนุนพวกของปลอมที่หลอกเงินของคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปวันๆ แค่นั้นเองครับ

ในบ้านเมืองเรายังมีคนเก่งๆ มากมาย บอกเลยมีอยู่จริงนะครับ ลองเฟ้นหาดูให้ดีๆ อย่าให้ความโลภเข้าครอบงำ จนทำให้ขาดสติในการใช้ชีวิตนะครับ

เรื่อง: พิชญดิษฐ์ โรจน์วัชกรณ์ ภาพประกอบ: นิธินาถ เชิดชัยศรีพงศ์



BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (1)

Kunanon Sukjaruen

@myst0ry

19 June 2018 18.43

ตั้งแต่อ่านมา บทความนี้ค่อนข้างใช้มวยวัดมากๆครับ เต็มไปด้วย emotion
รายงาน/แจ้งลบ
X