2,613 VIEWS
BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ปฏิรูปตำรวจด้วยการไล่ออกทั้งประเทศ

July 05, 2018

คอร์รัปชันเป็นปัญหาที่ถือว่าหนักมาก ในประเทศกำลังพัฒนาครับ และในเกือบทุกประเทศมีแกนกลางระดับคลาสสิกของการคอร์รัปชันก็คือตำรวจ หรือพูดง่ายๆ คือถ้าผู้รักษากฎหมายยังคอร์รัปชันอยู่ ก็ไม่ต้องหวังว่าส่วนอื่นๆ จะไม่คอร์รัปชัน

และปัญหาว่าจะปฏิรูปตำรวจอย่างไรดีก็เลยเป็นปัญหาที่คลาสสิกสุดๆ ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ในทุกประเทศ แต่ก็มีบางประเทศทำได้ แต่มันไม่มีสูตรสำเร็จ โดยวิธีการที่โหดที่สุดเท่าที่เคยทำกันมาอย่างเช่น การไล่ตำรวจออกทั้งประเทศ แล้วเอาทั้งเด็กจบใหม่หรือคนจากสายงานอื่นเข้าไปเป็นตำรวจแทนให้หมด เพื่อกวาดล้างเครือข่ายคอร์รัปชันอย่างสิ้นเชิง

ฟังไม่ผิดครับ ไล่ตำรวจออกทั้งประเทศ และประเทศที่ทำแบบนั้นก็คือจอร์เจีย ซึ่งก่อนจะปฏิรูปนั้นเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูงมากแบบระดับท็อปของโลก แต่ผ่านมาสิบกว่าปีทุกวันนี้การคอร์รัปชันถือว่าน้อยระดับเดียวกับประเทศพัฒนาแล้ว

ถ้าพูดในทางเทคนิคหน่อยคือถ้าจัดอันดับประเทศที่ปลอดคอร์รัปชันตามองค์กร Transparency International ตอนแรกปี 2003 จอร์เจียอยู่ในอันดับ 124 แบบท้ายตารางเลย คอร์รัปชันกว่านี้มีแค่ 5 ประเทศ

แต่ตอนนี้เหรอครับ ขึ้นมาอันดับ 44 แล้ว เรียกได้ว่าคอร์รัปชันระดับเดียวกับสเปนเลย (ถ้าสงสัยอันดับของบ้านเรา ตอนปี 2003 บ้านเราอยู่ในอันดับที่ 70 แต่ทุกวันนี้ตกมาอันดับ 96 แล้วล่ะครับ)

...และสิ่งที่น่าสนใจก็คืออยากให้เรามาดูปรากฏการณ์ปราบคอร์รัปชันของประเทศที่คนบ้านเราคงไม่มีใครรู้ว่าอยู่ตรงไหนอย่างจอร์เจียครับ

จริงๆ ถ้าเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยว อาจเคยได้ยินชื่อประเทศจอร์เจียมาบ้าง หรือตอนไปดูว่าพาสปอร์ตบ้านเราสามารถเข้าประเทศใดได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า ซึ่งจอร์เจียก็เด่นที่สุดเลย เพราะพาสปอร์ตบ้านเราสามารถเข้า จอร์เจียโดยไม่ต้องทำวีซ่าได้นานถึง 1 ปีเต็ม เรียกได้ว่านานที่สุดแล้ว

...แต่คนก็ไม่ค่อยไปเที่ยวกัน เพราะอยู่ตรงไหนยังไม่รู้เลย

จริงๆ ลองนึกประเทศที่เราพอคุ้นๆ สัก 2 ประเทศครับ คือรัสเซียและตุรกี คำตอบว่าจอร์เจียอยู่ตรงไหนก็คืออยู่ระหว่างรัสเซียและตุรกีนี่แหละครับ

พอเห็นติดรัสเซียก็คงเดาไม่ยากว่าจอร์เจียต้องเคยเป็นอดีตสหภาพโซเวียตแน่ๆ ซึ่งก็เป็นตามนั้นเลยครับ จอร์เจียเป็นประเทศที่แยกออกมาตอนสหภาพโซเวียตแตกในปี 1991

ซึ่งก็เดาต่อได้อีกว่าตอนแยกออกมานี่จนสุดๆ แน่ๆ และมันก็เป็นตามนั้นครับ

จอร์เจียตอนแยกประเทศมาใหม่ๆ จนมาก เศรษฐกิจไม่ดีสุดๆ ระบบราชการเลวร้ายไม่พอ รัฐยังไม่มีเงินจ่ายให้ข้าราชการอีก เรียกได้ว่าข้าราชการทั้งหมดก็พยายามจะรีดไถเงินจากประชาชนเพื่อให้ครอบครัวตัวเองอยู่รอด เรียกว่าคอร์รัปชันกันสุดๆ และข้าราชการที่มีศักยภาพจะรีดไถประชาชนได้สูงสุดก็ได้แก่ตำรวจ ซึ่งการสำรวจในปี 2000 ก็พบว่าเวลาขับมอเตอร์ไซค์ไปตามท้องถนน ถ้าโดนตำรวจเรียก 7 ใน 10 ครั้ง ตำรวจจะเรียกส่วยเอาดื้อๆ เลย

แม้ว่าจะแยกตัวออกมาจากรัสเซีย และมีการเลือกตั้งพร้อมรัฐบาลประชาธิปไตย แต่รัฐบาลแรกๆ หลังการแยกตัวก็ยังพยายามจะรักษาระบบเก่าเอาไว้อย่างแข็งขัน ไม่ปฏิรูปมันอะไรทั้งนั้น และประเทศก็ทั้งคอร์รัปชันและไม่เจริญไปเรื่อยๆ
สุดท้ายประชาชนก็ทนไม่ไหว ในปี 2003 มีการประท้วงโดยสันติอย่างใหญ่โตทั่วประเทศและกดดันให้ประธานาธิบดีลงและมีการเลือกตั้งใหม่ตามสูตร ซึ่งเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของจอรเจียนี้เรียกว่า Rose Revolution
แต่ที่น่าสนใจคือคนที่ถูกเลือกมาเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปคือ Mikheil Saakashvili ผู้นำการประท้วงที่ว่านี่เอง
Saakashvili เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงของแท้ เขาในวัย 36 ปีที่ขึ้นเป็นประธานาธิบดีก็ต้องการจะปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง และเขาก็เป็นเช่นคนจำนวนมากที่เห็นว่าพื้นฐานของการคอร์รัปชันที่เละเทะมันมาจากตำรวจซึ่งเป็นผู้รักษากฎหมาย เขาเลยจัดการตรงนี้ก่อน

Saakashvili ไม่ใช่คนไร้เดียงสา เขาไม่ได้มองว่าตำรวจที่คอร์รัปชันเป็นคนไม่ดี แต่เรารู้ว่าการคอร์รัปชันส่วนสำคัญมันมาจากการที่ตำรวจไม่มีกิน และไม่มีทางเลือก ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เพราะตอนนั้นเงินเดือนเฉลี่ยของตำรวจจอร์เจียมันแค่ราวๆ 1 ใน 3 ของคนทำงานเอกชนเท่านั้นเอง (ยังไม่นับว่ามีการจ่ายเงินเดือนไม่สม่ำเสมอ) กล่าวคือเงินเดือนตำรวจประมาณ 78 เหรียญสหรัฐ แต่คนทำงานเอกชนได้เดือนละประมาณ 200 เหรียญสหรัฐ เพื่อให้ตำรวจมีกิน และเพื่อให้คนมีคุณภาพอยากมาเป็นตำรวจเขาเลยมีแผนจะอัปเงินเดือนเฉลี่ยตำรวจไปเป็น 600 เหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7 เท่า

นี่ไม่ใช่แค่ฟังดูบ้ามากเท่านั้น แต่ปัญหาคือเขาจะเอาเงินมาจากไหน? โชคดีที่เขามีความตั้งใจจริงจัง และองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ก็ยินดีให้เงินสนับสนุนในช่วงแรก (ซึ่งส่วนหนึ่งที่เงินมันพอก็เพราะจากจอร์เจียเป็นประเทศเล็กๆ มีคนแค่ 3 - 4 ล้านคน) โดยรัฐบาลจอร์เจียก็ให้คำมั่นว่าถ้าปราบคอร์รัปชันได้ แล้วเศรษฐกิจดีตามมา รัฐก็จะเก็บภาษีได้ และเงินช่วยเหลือก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

แต่เขาก็ตระหนักดีว่าแค่การขึ้นเงินเดือนตำรวจ การคอร์รัปชันก็ไม่จบไป นี่เลยนำมาสู่งนโยบายที่เป็นตำนานของเขาที่เขาไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศออกทั้งหมดในปี 2004 แล้วตามด้วยการแต่งตั้งตำรวจฝึกใหม่เข้าไปทำงานแทนตำรวจเก่า โดยมีเงินเดือนเริ่มที่ 400 เหรียญสหรัฐ พูดง่ายๆ คือนี่คือนโยบายที่ดึงให้คนเก่งๆ ดีๆ จากภาคเอกชนมาเป็นตำรวจในทุกระดับ ซึ่งตำรวจเก่าที่ยังพอมีฝีมือยังมีงานอยู่ ก็จะไม่ได้งานในตำแหน่งปฏิบัติการณ์แล้ว แต่ได้เป็นแค่พี่เลี้ยงที่คอยฝึกตำรวจใหม่เท่านั้น

เรียกได้ว่าไม่มีประเทศไหนในโลกมีนโยบายปฏิรูปตำรวจที่เถื่อนขนาดนี้อีกแล้ว

...แต่มันก็ได้ผล การคอร์รัปชันในวงการตำรวจเรียกได้ว่าลดฮวบในไม่กี่ปีหลังจากตำรวจใหม่เข้าไปประจำการ เพราะเครือข่ายคอร์รัปชันมันหายหมด

เท่านั้นไม่พอ Saakashvili ก็ยังปฏิรูประบบราชการอย่างสุดๆ ทำให้ระบบราชการต่างๆ ที่จากเดิมชักช้าอืดอาด แบบไม่มีส่วยก็ไม่ยอมทำงาน กลายมาเป็นระบบราชการที่มีประสิทธิภาพสุดๆ สิ่งที่เคยต้องใช้เวลาหลายๆ วันในการทำ ตอนนี้ก็ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

ผลคือภาคธุรกิจก็เติบโตสุดๆ ในปี 2004 - 2007 เรียกได้ว่าจำนวนบริษัทในประเทศเพิ่มเป็นเท่าตัว ก่อนจะเพิ่มไปอีกเท่าตัวในปี 2007-2012 และสุดท้ายรัฐก็มีภาษีพอจะจ่ายเงินเดือนตำรวจ ไม่ต้องพึ่งเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศอีกต่อไป

ทั้งหมดคือผลงานของรัฐบาล Saakashvili อย่างไม่ต้องสงสัย

...เราอาจคิดว่า Saakashvili น่าจะเป็นวีรบุรุษของประเทศจอร์เจียนะครับ
...แต่ผิดถนัดเลย

Saakashvili เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่ชนะการเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง และพยายามปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องในระดับที่ไม่ค่อยแคร์สิทธิมนุษยชนเท่าไร พอมาสมัยที่ 2 เขาก็โดนประท้วงและเขาก็จัดการกับผู้ชุมนุมอย่างโหดร้าย และก็มีมาตรการปิดปากสื่อแบบสุดๆ สุดท้ายรัฐธรรมนูญก็กันไม่ให้เขาสงเลือกตั้งประธาธิบดีสมัยที่ 3 และทายาททางการเมืองของเขาก็แพ้ให้พรรคการเมืองหน้าใหม่อีกพรรคในการเลือกตั้งในปี 2012

ปีต่อมาหลังจากเขาลงจากตำแหน่งไม่นาน เขาก็โดนคดีสารพัดจนสุดท้ายเขาก็หนีออกนอกประเทศและสละสัญชาติจอร์เจียไป เรียกได้ว่าไม่ได้จากมาจากประเทศอย่างวีรบุรุษเลย (จริงๆ ประวัติของเขาหลังจากนั้นมันมาก แต่คงไม่เล่าในที่นี้ เอาเป็นว่าสุดท้ายเขาก็ยังไม่โดนคดีและตอนนี้ได้สิทธิในการพำนักในเนเธอร์แลนด์อย่างถาวรแล้ว)

อย่างไรก็ดี มรดกของการปฏิรูปตำรวจและระบบราชการของ Saakashvili ก็ยังอยู่กับจอร์เจียมาจนทุกวันนี้ และก็ทำให้จอร์เจียกลายจากหนึ่งในประเทศที่คอร์รัปชันที่สุดในโลก มาเป็นประเทศที่มาตรฐานคอร์รัปชันต่ำระดับประเทศยุโรปตะวันตกในที่สุด

เรื่อง: อธิป จิตตฤกษ์ ภาพประกอบ: อัญชิษฐา เอกชัย



BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X