6,033 VIEWS
BrandThinkBiz

@brandthink(official)

จีนหัวใส จดเครื่องหมายการค้าตัดหน้าเหล่าแบรนด์ดัง

June 20, 2018

นานมาแล้ว ตอนจีนเปิดประเทศใหม่ๆ มีเรื่องเล่าลือกันว่ามีชาวนาจีนหัวใสคนหนึ่งไปจดเครื่องหมายการค้าแบรนด์ต่างประเทศดังๆ เพื่อตัดหน้าการจดเครื่องหมายการค้าในจีนของแบรนด์พวกนี้ไว้หมด พอแบรนด์เหล่านั้นเข้าประเทศจีน ชายคนนี้ก็ไล่ขู่ว่าจะฟ้องละเมิดเครื่องหมายการค้าถ้าแบรนด์ดังๆ ไม่ยอมซื้อเครื่องหมายการค้าไปจากเขา และสุดท้ายบรรดาแบรนด์ดังก็ต้องยอมจ่ายเงินมหาศาลใช้ชายผู้นี้แบรนด์แล้วแบรนด์เล่าเพื่อซื้อเครื่องหมายการค้าของตนคืน ซึ่งทุกวันนี้ชายคนนี้ก็เป็นเศรษฐีไปแล้ว

...นี่เป็นเรื่องเล่าที่อาจฟังดูเป็นเรื่องตลก ซึ่งก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าชายคนนี้มีตัวตนจริงหรือไม่ แต่เรื่องทำนองนี้ก็เกิดขึ้นในจีนตลอดเวลาจนถึงทุกวันนี้ครับ

โดยทั่วไป เราอาจเข้าใจว่าเราสร้างแบรนด์ของเรามาก็เป็นของเรา แต่ในความเป็นจริง แม้แต่ในประเทศเราเอง ถ้าเรายังไม่ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ถูกต้อง กฎหมายก็ไม่คุ้มครองนะครับ คนจะเอาโลโก้แบรนด์ไปก๊อบทำอะไรก็ได้ ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งพอเราไปจดแล้ว มันก็คุ้มครองแค่ประเทศเรา (เฉพาะหมวดหมู่สินค้าที่เราจดด้วย เช่น เราไปจดว่าเป็นแบรนด์เสื้อผ้า คนเอาแบรนด์เราไปทำร้านอาหารก็ไม่ผิด เพราะกฎหมายถือว่าชื่อซ้ำกันได้เป็นคนละหมวดหมู่ ไม่ได้ทำให้ผู้บริโภคสับสน) ถ้าเราจะสินค้าไปขายประเทศอื่นแล้วต้องการการคุ้มครอง เราก็ต้องไปจดในประเทศนั้นๆ ด้วย ไม่งั้นคนประเทศนั้นๆ ก็ก๊อบเอาแบรนด์เราไปใช้ได้แบบไม่ผิดกฎหมายเขาเหมือนกัน

...เรื่องแบบนี้แน่นอนว่าแบรนด์ใหญ่ๆ เนี่ย ปกติเขาไม่พลาดอยู่แล้ว เขาไปจดรอไว้ก่อนเข้าตลาดนานเลย แล้วปกติก็จะทำแบบนี้กันทั้งโลก

...แต่ในกรณีของจีนที่เปิดประเทศที่หลังชาวบ้าน ในอดีตมันไม่ใช่ง่ายๆ ที่จะไปจดเครื่องหมายการค้า และกว่าจีนจะเปิดประเทศให้ต่างชาติไปทำการค้าได้ บางทีมันก็มีคนจีนเอาแบรนด์สารพัดไปจดเครื่องหมายตัดหน้าแล้ว แม้แต่แบรนด์ดังๆ แบบเรื่องที่เล่ามาข้างต้น

ซึ่งการไปจดนี่ไม่ใช่แค่แบรนด์นะครับ เอาแค่ไลน์สินค้าที่ออกมาใหม่ก็ต้องจด ไม่งั้นคนก็จะทำผลิตภัณฑ์ชื่อซ้ำออกมาได้ ซึ่งบางทีแบรนด์ใหญ่ๆ ก็พลาดมาแล้วเหมือนกัน เคสที่ดังที่สุดก็ได้แก่กรณี iPad ของ Apple ที่คนจีนไปจดเครื่องหมายการค้า iPad ตัดหน้า Apple แล้วพอ Apple ออก iPad มาขายในจีนก็โดนฟ้องละเมิดเครื่องหมายการค้าทันที ซึ่งทาง Apple ก็สู้คดีไปถึงที่สุด

...ผลเหรอครับ สุดท้าย Apple ต้องจ่ายค่ายอมความไปราวๆ 180 ล้านบาท เพื่อที่จะขาย iPad ในจีนได้

กรณีทำนองเดียวกันเกิดกับแบรนด์รองเท้าอย่าง New Balance ที่มีคนจีนไปจดเครื่องหมายการค้า New Balance ก่อน แต่จดเป็นภาษาจีนว่า 新百伦  (อ่านว่า ซิน-ไป่-หลุน ซึ่งก็คือ New Balance แปลเป็นภาษาจีน) และทำสินค้าออกมาขายหน้าตาคล้ายๆ New Balance เลย และพอ New Balance เข้าไปจีนทางบริษัทก็ฟ้องเลยว่า New Balance ไปละเมิดเครื่องหมายการค้า และแน่นอนว่า New Balance ก็สู้

...ผลเหรอครับ สุดท้ายคดีสิ้นสุด ศาลจีนตัดสินว่า New Balance เป็นฝ่ายผิด และโดนให้จ่ายค่าเสียหายละเมิดเครื่องหมายการค้าไปราวๆ 500 ล้านบาท

หรือแม้แต่แบรนด์ที่เข้าไปแล้วก็ไม่ใช่จะปลอดภัยครับ แบรนด์เสื้อผ้าอย่าง Zara นี่เข้าไปจีนแล้ว แล้วก็มีร้านตัดผมจีนไปจดเครื่องหมายการค้าว่า 飒拉 (อ่านว่า ซ่า-ลา) ซึ่งทางแบรนด์ Zara มองว่าเจตนาไม่ดีเหมือนร้านตัดผมจะไปโหนแบรนด์ Zara ก็เลยยื่นแย้งว่าเครื่องหมายการค้านี้ไม่ควรผ่าน

...แต่สุดท้ายก็ผ่าน และจีนก็มีร้านตัดผมชื่อคล้ายๆ Zara ในภาษาจีน ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแบรนด์ Zara เลย

เคสเหล่านี้จะเห็นได้เลยว่าขนาดแบรนด์ใหญ่ๆ มีทนายมือดีๆ เป็นกองทัพก็ยังไม่รอดจากภาวะที่เรียกกันว่า Trademark Hijacking นี้ได้ เพราะในการจด
เครื่องหมายการค้า ทางการจีนถือหลัก “มาก่อนได้ก่อน” แบบซีเรียสมากๆ ถึงแบรนด์จะดังกว่า แต่มาทีหลังก็ไม่ช่วยอะไร ใครจดก่อนก็ได้ไป คนมาที่หลังอยากได้เครื่องหมายการค้าก็ต้องซื้อจากคนที่มาจดไปก่อน

และก็อย่าคิดว่านี่คือเรื่องในอดีตนะครับ เพราะการทำแบบนี้มันมีตลอด เอาง่ายๆ ตอนที่ Donald Trump ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเนี่ย คนจีนก็เก็งว่าลูกสาวประธานาธิบดีอย่าง Ivanka Trump ซึ่งทำแบรนด์เสื้อผ้าอยู่แล้วจะบุกมาขายในจีนแน่ๆ และในช่วงปลายปี 2016 ที่ Donald Trump ได้รับเลือกหมาดๆ ในจีนก็มีการยื่นจดเครื่องหมายการค้าชื่อ Ivanka ถึง 65 เครื่องหมายการค้าในสินค้าหมวดหมู่ต่างๆ กันโดยบริษัทจีนกว่า 24 บริษัท และนี่ก็แค่การยื่นจดเครื่องหมายการค้าชื่อ Ivanka เป็นภาษาอังกฤษนะครับ ถ้านับชื่อ Ivanka เป็นภาษาจีนด้วยมันมียื่นจดไปอีกว่า 200 เครื่องหมายการค้า เรียกได้ว่าจดกันทุกความเป็นไปได้ของการเขียนชื่อ Ivanka เป็นตัวอักษรจีน คนจีนโหดระดับนี้แหละครับ

ทั้งนี้แม้ว่ากฎหมายจีนปัจจุบันจะมีหลักการว่าถ้าเจ้าของแบรนด์อื่นๆ มองว่าการยื่นจดเครื่องหมายการค้านี่เป็นไปด้วย “เจตนาไม่ดี” (แบบจะก๊อบหรือจะโหนแบรนด์หรือจะอะไร) ก็สามารถจะยื่นแย้งได้ภายใน 5 ปีหลังมีการจด แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ เวลา 5 ปีกว่าจะเคลียร์กันเสร็จในทางการค้า มันเสียโอกาสไปมหาศาล และสุดท้ายเรื่องมันก็มักจะจบว่าแบรนด์ใหญ่ๆ ทั้งหลายก็ต้องยอมซื้อเครื่องหมายการค้าของตัวเองคืนจากคนจีนที่ไปจดเครื่องหมายการค้าก่อน ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับ iPad ของ Apple

ฟังเรื่องทั้งหมดมา เราอาจงงว่ายุคนี้ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรในจีน ที่อื่นๆ มันไม่เกิดเหรอ ในความเป็นจริงก็อย่างที่บอกครับ คือพวกตลาดที่เปิดมานานแล้ว แบรนด์ใหญ่ๆ เขาไม่พลาดหรอกครับ ไปจดรอทุกอย่างแล้ว แต่เคสจีนคือ พวกแบรนด์ใหญ่ๆ มันเข้าไปได้ช้าไม่พอ บางทีเข้าไปได้แล้วมันยังพลาดนิดๆ หน่อยๆ แบบไม่ได้ไปจดเป็นภาษาจีนที่ใกล้เคียงไว้ทั้งหมด (เช่น แบรนด์ Zara) ซึ่งพอเป็นในจีน การไปจดในทั้งชื่อเป็นตัวอักษรจีนและอักษรโรมันนั้นก็จำเป็นทั้งคู่ (เพราะคนจีนจะมีทุกคำต่างประเทศเป็นตัวอักษรจีน แม้แต่แบรนด์สินค้าใหญ่ๆ ทั้งหลาย) ไม่งั้นก็จะพลาดแบบ Zara ได้

ที่โหดกว่านั้น คือทุกวันนี้แบรนด์นานาชาติใหญ่ๆ คนจีนไม่เล่นกันแล้ว (อาจเพราะเล่นกันไปหมดแล้ว) ตอนนี้คนจีนเริ่มมาเก็งจดเครื่องหมายการค้าแบรนด์เล็กๆ ในต่างประเทศเพื่อตัดหน้า และก็มีการรายงานว่าคนไทยก็โดนบ้างแล้ว

ซึ่งในทางปฏิบัติจริงๆ ถ้าโดนแบบนี้ มันไม่ใช่แค่เอาสินค้าไปขายจีนไม่ได้นะครับ แต่มันกระทั่งไม่สามารถไปผลิตสินค้าในจีนแล้วกลับมาขายบ้านเราได้ด้วย เพราะโรงงานก็ผลิตให้เราไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้าบ้านเขา

เรียกได้ว่าสร้างปัญหาสุดๆ ดังนั้นตอนนี้หลายๆ คนก็เลยแนะนำว่าถ้ามีแผนจะเอาสินค้าไปขายเมืองจีนหรือกระทั่งมีฐานการผลิตสินค้าอยู่จีนต้องรีบหาเอเจนซี่ไปรีบจดเครื่องหมายการค้าเสีย เพราะค่าจดก็แค่หลักหมื่นกว่าบาทเท่านั้น ปล่อยให้คาราคาซังไปอาจต้องเสียมากกว่านั้น

นี่แหละครับ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญานี่เป็นเรื่องน่าปวดหัวนะครับ ถ้าไม่จำเป็นใครก็อาจไม่อยากไปยุ่งกับมันเท่าไร แต่ถ้าเป็นคนทำการค้าขาย อย่างไรก็ดีถ้าคุณสนใจมันหน่อยมันอาจช่วยคุณประหยัดเวลาได้มหาศาลและประหยัดเงินได้เป็นล้านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณจะเอาสินค้าไปขายจีน หรือกระทั่งจะเอาสินค้าไปผลิตที่จีน!!!

เรื่อง: อธิป จิตตฤกษ์ ภาพประกอบ: จิดา ลี้ไพบูลย์



BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X