6,941 VIEWS
BrandThinkBiz

@brandthink(official)

กินอาหารแบบ Ketogenic วิธีลดน้ำหนักแนวใหม่

June 29, 2018

คนทำงานปัจจุบันน่าจะเรียกได้ว่าห่วงสุขภาพกันขึ้นสุดๆ และประเด็นด้านสุขภาพที่น่าจะฮิตที่สุดไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็น่าจะเป็นการ “ลดความอ้วน” ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันแน่ๆ ก็คือการควบคุมอาหาร

แต่จะกินอย่างไรให้ไม่อ้วน? ถ้าใช้สิ่งที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันมาเราก็คงคิดง่ายๆ ว่าก็ต้องให้ร่างกายรับพลังงานน้อยกว่าที่เราใช้ พลังงานที่เราใช้จะได้ไปเผาผลาญไขมัน

...แต่นั่นก็ลำบากสุดๆ เพราะตามที่เราเข้าใจกันทั่วไป การทำแบบนั้นหมายถึงการลดแป้ง น้ำตาล และไขมัน นี่หมายถึงการไม่สามารถกินฟาสต์ฟู้ดและขนมจำนวนมากได้ เรียกว่าชีวิตลำบากเลยทีเดียว

...อย่างไรก็ดี รู้มั้ยครับว่าตอนนี้มันมีแนวทางการลดน้ำหนักแบบหนึ่งที่กำลังฮิตเลยในโลกตะวันตกที่การกินแบบนี้มันจะทำให้เราน้ำหนักลดได้ด้วยการกินแต่อะไรมันๆ
...ฟังไม่ผิดครับ กินแต่อะไรมันๆ น้ำหนักก็ลดลงได้

การกินแบบนี้เรียกว่าการกินแบบ Ketogenic หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า Keto เฉยๆ

...แต่กินแต่ของมันๆ ทำไมน้ำหนักมันลดได้ล่ะ? มันขัดกับคอมมอนเซนส์เราโดยสิ้นเชิง

คือแบบนี้ครับ อธิบายง่ายๆ ปกติร่างกายเราเนี่ย แหล่งพลังงานหลักคือน้ำตาล ซึ่งถ้าร่างกายไม่มีน้ำตาล สิ่งที่ร่างกายจะทำก็คือการเอาแป้งมาย่อยเป็นน้ำตาล โดยทั่วไปเราจึงต้องกินอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลเพื่อให้พลังงาน และวิธีการลดความอ้วนดั้งเดิมก็คือการจำกัดการบริโภคแป้งและน้ำตาลให้ต่ำกว่าปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องใช้

อย่างไรก็ดีร่างกายเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานจากแป้งและน้ำตาลเสมอไป เพราะถ้าร่างกายขาดแป้งและน้ำตาลจริงๆ ร่างกายจะเริ่มปรับให้ใช้พลังงานจากสารที่เรียกว่า Ketone น้ำตาล ซึ่ง Ketone นี่คือการที่ร่างกายเอาไขมันในตัวเองมาแปรรูป หรือพูดอีกแบบคือ ถ้าเราอดแป้งและน้ำตาลไปถึงขั้น ร่างกายเราจะปรับตัวให้ใช้พลังงานจากไขมันเลยโดยตรง และผลที่ตามมาของการที่ร่างกายอยู่ในสภาพนี้คือ ไขมันจะถูกนำมาใช้เรื่อยๆ และเราจะผอมไปในที่สุด

...นี่คือพื้นฐานการคิดในการลดน้ำหนักแบบ Ketogenic ซึ่งในการกินจริงๆ ก็คือ การกินให้ได้พลังงานเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ จากแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) 15 จากโปรตีน (เนื้อสัตว์) และ 80 เปอร์เซ็นต์จากไขมัน

และในทางปฏิบัติก็คือสามารถกินแป้งได้เพียงขนมปังไม่เกิน 2 แผ่นต่อวันเท่านั้นและห้ามกินของหวานๆ เลย อาหารที่เหลือต้องเป็นเนื้อสัตว์และของมันๆ หมดเลย เนย น้ำมันนี่กินได้เยอะๆ ยิ่งดี เนื้อสัตว์ที่กินก็ควรจะติดมันย่องๆ พวกไข่กับชีสก็พอกินได้ พวกผักใบเขียวที่แทบไม่ให้พลังงานเลยก็กินได้ ส่วนพวกข้าว ขนมปัง พาสต้า มันฝรั่งทอด รวมถึงพวกผลไม้หวานๆ นี่แทบจะเรียกว่าห้ามกินเด็ดขาด

ทำแบบนี้ร่างกายมันจะปรับสภาพ จนสุดท้ายร่างกายใช้ไขมันแทนแป้งและน้ำตาล และทำให้เราผอมที่สุด

มันฟังดูประหลาดมากจนดูไม่น่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่จริงๆ ดั้งเดิมการกินแบบ Keto เป็นกระบวนการที่ใช้รักษาเด็กที่เป็นโรคลมชักมาเกือบ 100 ปีแล้ว และทุกวันนี้ พูดง่ายๆ คือในทางการแพทย์ การกินแบบ Keto เป็นสิ่งที่ทำได้จริงแน่ๆ และทำแล้ว “ไม่ตาย” แน่ๆ

...แต่ประเด็นคือการกินแบบ Keto ที่ใช้ในทางการรักษาเด็กเป็นลมชัก นั้นที่ใช้ในเด็กก็เพราะ เด็กสามารถเปลี่ยนระบบการเผาผลาญได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ และการกินแบบนี้ก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอย่างใกล้ชิดด้วย เพราะการเปลี่ยนการกินแบบสุดขั้วจากการกินของคนทั่วไปแบบนี้ ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นก็คือการขาดสารอาหารที่ร่างกายต้องการต่างๆ ที่จะได้จากการกินแบบปกติ แต่พร้อมกันนั้น คนที่เปลี่ยนการกินไปแล้วก็จะหลุดไปกินแบบปกติไม่ได้ เพราะถ้าร่างกายคืนสภาพกลับมาใช้พลังงานจากแป้งและไขมันก็จบเลย

พูดง่ายๆ คือ ในทางการแพทย์ มันเป็นสิ่งที่ทำได้จริงแน่ๆ แต่มันไม่ง่าย และมันก็ต้องทำอย่างต่อเนื่องและมีวินัยตลอด

ซึ่งสิ่งที่ทางผู้เชี่ยวชาญห่วงในการเกิดกระแสการลดความอ้วนด้วยการกินแบบ Keto ก็คือ คนจำนวนมากที่กินแบบนี้ ไม่มีความรู้ด้านโภชนาการพอที่จะรักษาสภาพร่างกายให้เผาผลาญไขมันไปได้พร้อมๆ กับได้สารอาหารครบ

เพราะถ้าได้รับสารอาหารไม่ครบ ปัญหาจำนวนมากของการขาดสารอาหารก็ตามมาแน่ๆ และถ้าไม่สามารถรักษาสภาพร่างกายให้เผาผลาญไขมันแทนแป้งและน้ำตาลได้ การกินไขมันไปมากๆ มันก็อาจไปเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวได้อีก

พูดให้มันง่ายคือ ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนมองว่าการกินแบบนี้จะทำได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานความรู้ทางการแพทย์ปัจจุบัน มันต้องทำอย่างระมัดระวังมาก เพราะถ้าพลาดนิดเดียว แทนที่จะเป็นการลดความอ้วน มันจะกลายเป็นการสร้างปัญหาให้กับร่างกายในระยะยาวโดยการสะสมปัจจัยเสี่ยงสารพัดโรคไปเลย

...แล้วเอาจริงๆ การกินแบบ Keto สามารถลดความอ้วนได้จริงหรือไม่? จากที่มีการวิจัยกันมา โดยทั่วไปแนวทางการกินอาหารเพื่อลดความอ้วนมีแนวใหญ่ๆ สองแนว คือแนวกิน
คาร์โบไฮเดรตต่ำ กับแนวที่ไม่กินคาร์โบไฮเดรตเลย ซึ่งที่ทำกันมายาวนานคืออย่างแรก Keto คืออย่างหลัง ซึ่งจากผลการวิจัยก็พบว่าทั้งสองแนวทางมันก็ลดความอ้วนได้ในระยะยาวพอๆ กันในภาพรวม

ซึ่งถ้าเอาละเอียดกว่านั้น ทุกวันนี้ทางการแพทย์ก็ยอมรับกันแล้วว่าพันธุกรรมนั้นมีผลต่อการลดความอ้วนและโอกาสในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด พูดง่ายๆ คือ ถึงคนกินอะไรไปเหมือนๆ กัน บางคนก็ไม่อ้วนเหมือนอีกคน บางคนค่าไขมันในเลือดก็ไม่สูงเหมือนอีกคน อะไรพวกนี้เราคงเคยเห็นเคยได้ยินกัน มันเป็นผลจากพันธุกรรมทั้งสิ้น

ดังนั้นถ้าจะพูดให้สุด การกินอาหารลดความอ้วนมันก็เลยไม่มีสูตรสำเร็จใดๆ ที่ใช้ได้ดีที่สุดกับทุกคน เพราะทุกคนมีกระบวนการย่อยสลายและแปรรูปสิ่งที่กินเข้าไปที่แตกต่างกัน และในอนาคตอันใกล้ เมื่อการวิจัยมีมากขึ้น แนวทางการลดความอ้วนนั้นอาจกลายเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลที่จะเปลี่ยนไปตามผลตรวจเลือดหรือกระทั่งแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารก็ได้

...ส่วนถ้าอยากลดความอ้วนตอนนี้ จะลองกินแบบ Keto ดีมั้ย? ก็น่าจะบอกได้ว่าก็ไม่เสียหาย แต่อาจต้องทำใจไว้ก่อนว่าจะกินให้ได้จริงๆ นี่มันต้องใช้วินัยสูง และมันไม่ได้ง่ายและน่าสนุกชวนดีใจให้รู้สึกว่า “จะได้กินอะไรมันๆ เต็มไปหมดแล้ว” แน่นอนครับ

เรื่อง: อธิป จิตตฤกษ์ ภาพประกอบ: กรวิทย์ แก้วสตรี



BrandThinkBiz

@brandthink(official)

ให้ความเห็นของคุณ

โปรดลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็นของคุณ

ความคิดเห็น (0)

X